ได้ยินวาจานี้ของผู้เฒ่าพยากรณ์ ใบหน้างามของสตรีเฉิดฉันท์พลันฉษยความประหลาดใจออกชัด “ท่าน…ท่านพบตัวผู้สืบทอดความลับสวรรค์แล้ว?”
“กล่าวไปข้ายังพบตัวทายาทของข้าเร็วกว่าเจ้าเสียอีก…เพียงแค่นางมิได้ติดตามมาฝึกฝนอยู่ข้างกายข้าเท่านั้น”
ผู้เฒ่าพยากรณ์กล่าวออกด้วยรอยยิ้มบางๆ
“ตาเฒ่า! ท่านช่างร้ายกาจนักเก็บงำความลับไว้ดียิ่ง…เช่นนั้นที่ข้าอุตส่าห์เฝ้าห่วงกังวลไปใยมิใช่เสียเปล่าแล้วหรือไร ในเมื่อท่านพบตัวผู้สืบทอดที่เหมาะสมเช่นนั้นแต่แรก! เพียงกล่าวบอกออกมาสักคำท่านจะตายหรือ!?”
สตรีงามอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยความขุ่นขึ้ง
“ฮ่าๆๆ เอาล่ะๆ ไปกันเถอะ ไปดูผู้สืบทอดคนคู่กันก่อน…”
ตอนนี้เองผู้เฒ่าพยากรณ์และสตรีงดงามก็ก้าวเดินมาถึงตำหนักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังกล่าวจบผู้เฒ่าพยากรณ์ก็โรยตัวลงไปเบื้องหน้าและเดินเข้าตำหนักไปก่อน
สตรีงดงามก็ตามติดมาไม่ห่าง
เหนือยอดเขาอันมีหิมะโปรยไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ กอปรด้วยสภาพแวดล้อมโดยรอบที่มิอาจมองได้ไกล เกรงว่าหากมิใช่ผู้ที่ล่วงรู้ตำแหน่งที่ตั้ง ‘ตำหนัก’ หลังดังกล่าวมาก่อน คงมิอาจหาพบเจอได้ง่ายๆ…
ตำหนักที่ตั้งตระหง่านอยู่ก็มิได้ใหญ่โตอะไรมากมายนัก ทั้งนอกเหนือจากธรรมชาติแล้ว ยังมีค่ายกลพิสดารประการหนึ่งปกปิดเอาไว้อีกทบ
ด้วยเหตุนี้เองตำหนักหลังดังกล่าว จึงเล็ดลอดหูตาของ 3 ลัทธิมาได้จนถึงทุกวันนี้….