“เฮ่ๆ! ต้วนหลิงเทียนเจ้าช่วยบอกพวกเราได้หรือไม่ ว่าไฉนทีท่าของอาวุโสกัวฉงกับอาวุโสหวู่ยี่ถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้หลังกางเขตแดนเพลิงเล่า?”
ขณะเดียวกันเหล่าศิษย์แท่นบูชาไฟที่อยากรู้จัด ก็ทนไม่ไหวกล่าวถามออกมาตรงๆ
“พี่ชายท่านนี้หากท่านอยากรู้เรื่องราว รบกวนท่านไปถามอาวุโสหวู่ยี่เอาเถอะ ข้าไม่สะดวกกล่าวจริงๆ…”
เผชิญหน้ากับเหล่าศิษย์ที่มารุมถาม ต้วนหลิงเทียนได้แต่กล่าวตอบออกไปด้วยรอยยิ้ม ยกอ้างอาวุโสหวู่ยี่ขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันตัว
หลังจากนั้นแม้จะมีเหล่าศิษย์พยายามเซ้าซี้ถามต้วนหลิงเทียนอีกพักหนึ่ง แต่พอเห็นต้วนหลิงเทียนไม่คิดจะตอบเรื่องราวอะไร พวกมันก็ได้แต่จนใจไม่คิดหาความอะไรจากต้วนหลิงเทียนอีก…
“น้องหลิงเทียน ที่แท้มันเกิดอะไรขึ้นหรือ?”
หลังจากกลุ่มศิษย์แท่นบูชานกไฟแยกย้ายกันไปเพราะไร้เรื่องราวอะไรแล้ว กู่ลี่ที่เห็นว่าตอนนี้ในที่สุดมันก็ได้อยู่กับต้วนหลิงเทียนตามลำพัง จึงอดถามออกมาด้วยความสงสัยเสียไม่ได้
ไม่เพียงแต่เหล่าศิษย์แท่นบูชานกไฟจะสับสนสงสัย กู่ลี่เองก็สงสัยและอยากรู้เรื่องราวเช่นกัน
“จริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรมากหรอกพี่กู่…ข้าแค่พิสูจน์ให้ทั้งคู่เห็นถึงคุณค่าของข้าก็เท่านั้น”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ ค่อยตอบกลับ
“คุณค่าอันใดหรือ?”
ได้ยินคำตอบของต้วนหลิงเทียน กู่ลี่ก็ยิ่งอยากรู้มากขึ้น
“ข้าบอกไปว่าพรสวรรค์รากวิญญาณของข้า…คือรากวิญญาณสีน้ำเงินน่ะ”