“หลี่อันมิใช่เจ้าพูดว่าต้วนหลิงเทียนนั้น เมื่อ 10 วันก่อนยามลงมือ พลังฝีมือของมันอย่างดีก็เทียบได้กับเซียนปฐพีขั้นสูงสุดหรือไร…ไฉนหลังผ่านมาเพียง 10 วัน มันถึงได้มีพลังฝีมือช่วงชิงเรือนชั้นรองของแท่นบูชาเจ้าได้?”
หยางชงขมวดคิ้วมองถามหลี่อันออกมาทันที
และก่อนที่หลี่อันจะทันได้ตอบอะไร หยางชงพลันกล่าวต่อออกมาว่า “ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยบอกข้าไว้…เรือนชั้นรองของเหล่าศิษย์แท่นบูชาเต่าทมิฬของเจ้าเป็นเสมือนสถานที่อันสงวนไว้ให้แต่ศิษย์ที่มีพลังฝีมือขอบเขตเซียนนภาเท่านั้น! เช่นนั้นศิษย์ที่อยู่ในเรือนชั้นรองก็สมควรเป็นยอดฝีมือขอบเขตเซียนนภามิใช่หรือ?”
เสียงหยางชงดังจบคำไปพักหนึ่ง หลี่อันก็ยังไม่ตอบอะไร
ทว่าทันใดนั้นเองหยางชงพลันสังเกตเห็นว่า สีหน้าของสหายพลันเปลี่ยนไปเป็นอึมครึม ลูกตายังหดหยีเผยประกายวูบวาบอันฉายชัดถึงความเหลือเชื่อออกมา
“มีปัญหารึ?”
หยางชงไหนเลยจะไม่พบว่าเรื่องราวมีใดผิดปกติ
“จางจี้ที่พวกมันพูดถึงเป็นศิษย์ส่วนตัวของหนึ่งในอาวุโสเพลิงเงินของแท่นบูชาเต่าทมิฬของพวกเรา มันยังเป็นยอดฝีมือขอบเขตเซียนนภาขั้นต้น ขาดเพียงมิกี่ก้าวก็บรรลุถึงเซียนนภาขั้นกลางแล้ว!”
หลี่อันกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“เป็นศิษย์ยอดฝีมือขอบเขตเซียนนภาขั้นต้นในแท่นบูชาเต่าทมิฬ? คนเช่นนี้กลับพ่ายแพ้ต้วนหลิงเทียน?”
หยางชงก็เผยความประหวั่นออกมาเช่นกัน
อย่างไรก็ตามที่น่ากลัวที่สุดยังไม่เกิดขึ้น