ขณะกล่าวออก กู่หลงก็ใช้สายตาเยียบเย็นปานจะแช่แข็งร่างผู้คนมองจ้องต้วนหลิงเทียน กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ต่อไปเจ้าอย่าได้หวังว่าจะมีโชคอีก!”
“กู่หลง?”
“มันเรียกว่ากู่หลงหรือ? แล้วมันเป็นใครกัน…ข้าไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อน?”
“แท่นบูชาเต่าทมิฬเรามีศิษย์คนนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
“เห็นว่า…เจ้านี่ถูกอาวุโสเพลิงทองแดงพามาส่งด้วยตัวเองวันนี้หยกๆ ทั้งทีท่าของอาวุโสเพลิงทองแดงยังแลดูสุภาพกับมันด้วย?”
“มิใช่ว่าเป็นศิษย์ใหม่ที่พึ่งเข้าร่วมแท่นบูชาเต่าทมิฬของพวกเราวันนี้หรอกนะ?”
…
ในขณะที่เหล่าศิษย์แท่นบูชาเต่าทมิฬคนที่พึ่งออกจากบานพักมาสนทนาซุบซิบกัน สองตาก็มองจ้องไปยังร่างกู่หลงไม่วาง
พวกมันบางคนก็เริ่มคาดเดาอะไรบางอย่างได้แล้ว “หากมันพึ่งเข้าร่วมแท่นบูชาเต่าทมิฬเราในวันนี้จริงๆ…เช่นนั้นมิใช่ว่ามันคืออัจฉริยะที่มีพรสวรรค์รากวิญญาณสีน้ำเงินหรอกเหรอ!?”
“อาจเป็นได้!”
“ใช่แล้ว! ในลัทธิบชาไฟของพวกเรา มีเพียงผู้ที่มีพรสวรรค์รากวิญญาณตั้งแต่สีน้ำเงินขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะเข้าร่วมได้ตลอดเวลา…เช่นนั้น 9 ใน 10 ส่วน กู่หลงคนนี้ก็คือผู้ที่มีพรสวรรค์รากวิญญาณสีน้ำเงินขึ้นไป!”