ไม่นานกู่ชุนที่กระวนกระวายแทบบ้าก็สามารถสงบใจลงได้
หลังจากที่มันสงบอารมณ์แล้ว ร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นมาในใจของมันทันที
ร่างที่ปรากฏในใจของมันก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นต้วนหลิงเทียนเอง!
“ตั้งแต่ที่ข้าถูกมันทุบตี ข้าก็พักรักษาตัวอยู่ยี่สิบกว่าวันโดยมิได้บ่มเพาะพลังอันใด…วันนี้พอข้าเริ่มบ่มเพาะกลับพบว่าความเร็วในการดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินกลายเป็นเชื่องช้าอย่างยิ่ง!”
คิดถึงจุดนี้กู่ชุนก็ขบเขี้ยวเคี้ยวกันดังกรอดๆ
ครู่ต่อมากู่ชุนก็เร่งไปหาศิษย์โดยรอบทันที เพื่อถามไถ่เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังสติมันดับวูบไปวันนั้น
มันอยากรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นใจจะขาด!
เหล่าศิษย์ใหม่แม้จะไม่ชอบขี้หน้ากู่ชุนเท่าไหร่ แต่พวกมันก็ยังกริ่งเกรงกู่ชุนไม่น้อย เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นศิษย์อาวุโสหลี่อัน หากยังอยู่ในแท่นบูชาเต่าทมิฬไม่มีใครกล้าไม่ให้ความร่วมมือกับกู่ชุน!
“ก่อนที่ข้าจะสิ้นสติ ต้วนหลิงเทียนมันกางเขตแดนเพื่อบดบังสายตาของทุกคน?”
หลังได้ยินเรื่องราวจากปากของเหล่าศิษย์ที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น ลูกตากู่ชุนอดไม่ได้ที่จะหดเล็กลง ใจยังนึกย้อนกลับไปในวันนั้น
‘สิ่งสุดท้ายที่ข้าจำได้ก่อนที่สติจะดับไปคือมีแสงสีทองบางอย่างสว่างวาบขึ้นตรงหน้า…สมควรเป็นต้วนหลิงเทียนนั่นจงใจเปิดใช้เขตแดนบังตาผู้คน เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่ามันทำอะไรกับข้า!’