“เจ้านี่มัน…ช่างมิได้ตระหนักถึงพรจากฟ้าของเจ้าจริงๆ” ผู้เฒ่าหั่วที่ได้ฟังคำถามนี้ของต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวไปมาพร้อมยิ้มเจื่อนๆ “เจ้ามิรู้หรือไรว่าเคล็ดบำเพ็ญจิตเต๋ากระบี่สูงสุดอย่างยอดใจกระบี่ที่เจ้าบ่มเพาะอยู่มันยิ่งใหญ่ปานใด? เจ้ามิรู้หรือว่ามันเป็นเคล็ดบำเพ็ญจิตที่ดี่ที่สุดสำหรับผู้ฝึกใจกระบี่? มีคำกล่าวที่ว่า ‘เพียงใจแน่วแน่ แม้ศิลาผาแกร่งยังแหวกเปิดได้’ รู้แจ้งมิรู้แจ้งล้วนอยู่ที่ใจทั้งสิ้น!”
“ถึงแม้ความสำเร็จในยอดใจกระบี่ของเจ้ายังมิทันบรรลุถึงขั้นสูงสุด แต่ใจที่ผ่านการเคี่ยวกรำทั้งสำนึกถึงแก่นแท้ของแต่ละขั้นที่ผ่านมา มันทำให้ความเข้าใจของเจ้าต่อสรรพสิ่งเพิ่มพูนสูงขึ้น นับประสาอะไรกับทำความเข้าใจเวทย์พลัง! ข้ายังจะกล่าวบอกเจ้าไว้เลย หากเจ้าบรรลุเคล็ดยอดใจกระบี่ของเจ้าถึงขั้นสูงสุดล่ะก็ ต่อให้เป็นเวทย์พลังระดับสูงอันใด อย่างช้าเจ้าก็ใช้เวลาทำความเข้าใจมัน 3 วัน 3 คืนเท่านั้น!”
กล่าวถึงจุดนี้น้ำเสียงยามกล่าววาจาของผู้เฒ่าหั่วเผยความอิจฉาไม่น้อย “ข้าเคยบอกเจ้าเนิ่นนานแล้ว ว่าอาจารย์ของเจ้าผู้นี้ แม้กระทั่งในระนาบเทวโลกไม่ว่าจะเป็นแดนสวรรค์แดนใดก็นับเป็นอัจฉริยะดั่งปีศาจ…การที่เจ้าสามารถสืบทอดมรดกรับเคล็ดความ ยอดใจกระบี่ มาได้ นับเป็นสิ่งประเสริฐเลิศล้ำดั่งพรจากฟ้าแล้วจริงๆ…”
“ยอดใจกระบี่…กลับให้ผลลัพธ์อะไรแบบนี้ด้วย? นี่จะไม่ร้ายกาจไปหน่อยหรือ?”