“เรื่องนี้กล่าวไปก็มิยากนักน้องชาย แต่มีเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนสวรรค์ขึ้นไปเท่านั้น ถึงจักมีความสามารถตรวจสอบรากวิญญาณของตัวเอง และหากคิดจะตรวจสอบรากวิญญาณของผู้อื่นก็จำต้องได้รับความยินยอมเสียก่อน ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ต่อต้านก็สามารถตรวจสอบได้ทันที…นอกจากนั้นยังมีสิ่งประดิษฐ์และเครื่องมือบางอย่างที่ใช้ตรวจสอบพรสวรรค์รากวิญญาณได้”
ชายวัยกลางคนกล่าวสืบต่อ “เช่นเดียวกับการประเมินในวันนี้ ทางแท่นบูชาเต่าทมิฬจักนำ ลูกแก้ววิญญาณที่จารึกอาคมเซียนอันซับซ้อนมาทดสอบ…เมื่อพวกเราวางมือไว้บนลูกแก้วราวๆ 10 ลมหายใจ ลูกแก้วจะเปล่งแสงสว่างออกมาตามสีของรากวิญญาณที่เรามี”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ ในที่สุดเขาก็ได้รับทราบเรื่องที่อยากรู้แล้ว
“แท่นบูชาเต่าทมิฬก็จักประเมินพวกเราโดยการดูสีของรากวิญญาณพวกเรา…รากวิญญาณของผู้ใดแข็งแกร่งยอดเยี่ยมก็จักได้รับการปฏิบัติดูแลจากลัทธิดีกว่าผู้อื่น! ยกตัวอย่างเช่นผู้ที่มีรากวิญญาณสีน้ำเงิน ล้วนสามารถเข้าร่วมลัทธิบูชาไฟได้โดยไม่ต้องทดสอบพลังฝีมือ…กลายเป็นศิษย์ลัทธิบูชาไฟได้ทันที!”
“ส่วนผู้ที่มีรากวิญญาณอ่อนด้อยกว่ารากวิญญาณสีน้ำเงิน จักต้องทำการประเมินทดสอบพลังฝีมือเสียก่อน…ยิ่งมีรากวิญญาณต้อยต่ำเท่าใด ก็จำต้องมีพลังฝึกปรือที่สูงขึ้นและต้องแข็งแกร่งมากเป็นพิเศษถึงจะผ่านการทดสอบ!”