“เจ้ากลัวว่าข้าจะเป็นตัวถ่วงฉุดลากเจ้าหรือ?”
กู่ลี่ขมวดคิ้ว ด้วยความไม่พอใจ
จูลู่ฉีไม่กล่าวอะไรออกมาอีก แต่จากแววตาก็เผยให้เห็นชัดว่ามันไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามพวกมันรู้ดีว่าเรื่องนี้ถูกตัดสินแล้ว และมิอาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก จึงไร้ประโยชน์อันใดที่จะกล่าวตำหนิต้วนหลิงเทียน เช่นนั้นพวกมันจึงไม่คิดจะยุ่งกับเรื่องนี้อีกต่อไป ที่สำคัญพวกมันไหนเลยจะเป็นชนชั้นโง่เขลาไม่รับรู้ถึงความห่วงใยของต้วนหลิงเทียน?
“หืม?”
ในขณะเดียวกัน เมื่อเห็นอาวุโสที่มีสัมพันธ์อันดีกับเถิงชานจากป้อมพยัคฆ์ขาวและนกไฟเลือกสหายสองคนของต้วนหลิงเทียนไปอย่างพร้อมเพรียง หลี่อันก็ตระหนักถึงเรื่องราวได้ทันที…
‘บัดซบ! ข้าลืมพวกมันไปได้อย่างไร…สหายของต้วนหลิงเทียน 2 คนนั่น! ถ้าข้าจัดการพวกมันได้ด้วย ต้วนหลิงเทียนต้องยิ่งรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจมากขึ้นแน่!!’
หลี่อันรู้สึกเสียใจไม่น้อย ที่มันดันไม่ทันฉุกคิดเรื่องนี้แต่แรก!
เมื่อครู่มันกำลังยินดีมีสุขที่ต้วนหลิงเทียนถูกเลือกเข้าแท่นบูชาเต่าทมิฬ จึงลืมสหายทั้ง 2 คนของต้วนหลิงเทียนไปชั่วขณะ มาตอนนี้ถึงรู้ตัวก็สายไปที่จะทำอะไรแล้ว
เพราะตอนนี้เรื่องราวได้ข้อยุติเรียบร้อย กู่ลี่กับจูลู่ฉีถูกกำหนดให้เข้าร่วมกับแท่นบูชานกไฟและพยัคฆ์ขาว มันไม่อาจก้าวก่ายชิงตัวคนจากแท่นบูชาของผู้อื่นมาแท่นบูชาเต่าทมิซของมันได้อีกต่อไป…