‘ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนมักพูดกันว่าความกดดันนับเป็นแรงจูงใจและแรงผลักดันอันดี…ดูเหมือนว่าภัยคุกคามจากหลี่อัน แรงกดดันของยอดฝีมือขอบเขตเซียนสวรรค์ จะทำให้เส้นประสาทของข้าขึงตึง ทำให้การฝึกปรือของข้าถูกเร่งเร้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว’
ต้วนหลิงเทียลอบคาดคิด
ความก้าวหน้าครั้งนี้ยืนยันคำกล่าวที่ว่า ‘ความกดดันคือแรงจูงใจ’ ได้ชัดเจน
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียน ก็ชักนำพลังปราณสุริยันทั่วกายให้เข้าสู่กระบวนการวิวัฒน์ และตอนนี้ขุมพลังในร่างเขาก็ไม่ใช่ปราณแรกกำเนิดสืบไป แต่เป็นพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนมนุษย์ขึ้นไป หรือก็คือพลังเซียน ที่เหนือกว่าปราณแรกกำเนิดมาก!
พลังเซียนนั้นทรงพลังทั้งน่าเกรงขามกว่ากันนัก ยังให้ความรู้สึกอันสุดไพศาล…
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้วนหลิงเทียนเพาะสร้างปรับเปลี่ยนพลังเซียนให้กลายเป็น ‘พลังเซียนสุริยัน’ ก็นับว่าเหนือล้ำยิ่งกว่าปราณสุริยันแรกกำเนิดมาก!
‘พลังเซียนสุริยัน…ช่างร้ายกาจจริงๆ’
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังเซียนสุริยันขุมแรกที่เพาะสร้างกำลังโคจรผ่านชีพจรเซียน 99 จุดสายทั่วร่าง ต้วนหลิงเทียนรู้สึกคึกคักอักโขขึ้นมาไม่น้อย ‘ด้วยพลังฝึกปรือของข้าตอนนี้ หากข้าแปลงกายเป็นนักรบมังกร 9 กรงเล็บและลงมือเต็มพลังล่ะก็ ไม่ต้องใช้อะไรอื่น..กระทั่งเซียนปฐพีขั้นสูงสุดก็ไม่อาจต้านทานข้าได้!’
‘หืม? นี่มัน…’