“เฮ่อ…เรื่องนี้ข้าไม่รู้จะกล่าวอย่างไรดี ทำผิดศีลธรรมหรือ? เท่าที่ข้ารู้ตอนที่ธิดาเทพหายตัวไปนางยังเป็นทารกแบเบาะด้วยซ้ำ ให้นางเฉลียวฉลาดมากปัญญาเพียงใด แต่ไหนเลยจะรู้ได้ว่าตัวเองคือธิดาเทพ? เช่นนี้นางผิดอันใดที่มีสามีและบุตร? มารดาของมันเถอะ! นางจะไปรู้หรือไม่ว่าตัวเองต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้ดั่งหยกบริสุทธิ์? เรื่องนี้ช่างเหลวไหลสิ้นดี!”
“ชู่ว! เจ้าบ้าเอ๊ย…เจ้าจะโมโหทำบัดซบอะไร! กล่าวเสียงดังเช่นนี้กลัวบิดาเจ้าไม่ได้ยินหรือ? เกิดคนหอคุมกฏของวิหารเทพผ่านมาได้ยินเดี๋ยวได้ตายห่ากันหมดหรอก!!”
“ฮึ่ม! ข้าก็แค่พูดความจริง!”
……
เสียงที่แว่วดังเข้าหูต้วนหลิงเทียน นับว่าดังได้ประจวบเหมาะนัก พาลให้สีหน้าต้วนหลิงเทียนสลดลงไปอีกครั้ง
ต้วนหลิงเทียนที่แต่เดิมก็เศร้าเพราะการตายของคนตำหนักเมฆาครามและคับแค้นเรื่องเซี่ยจง พอมาได้ยินเรื่องเค่อเอ๋อแม่ลูกไปอีก ใจยิ่งเป็นกังวลแทบตาย!
และในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังเป็นห่วงความปลอดภัยของเค่อเอ๋อแม่ลูกนั้นเอง
“เดือนหน้าใช่ครบกำหนดเวลาที่วิหารเทพจะรับสมัครศิษย์ล้ำเลิศทุกๆ 3 ปีแล้วหรือไม่…มิรู้ว่าคราวนี้วิหารเทพจักพบเจอศิษย์มากพรสวรรค์ที่เร้นกายฝึกปรืออย่างสันโดษอีกหรือไม่?”
พลันมีเสียงหนึ่งแว่วดังมาจากโต๊ะไกลๆ หากแต่เนื้อความในบทสนทนานี้กลับทำให้ต้วนหลิงเทียนอึ้งไปพักหนึ่ง ค่อยบังเกิดความคิดอะไรขึ้นมาในใจ