จูลู่ฉีพยักหน้า “ต้วนหลิงเทียนเจ้านับว่าเฉลียวฉลาดนัก อย่างไรก็ตามนี่เจ้ามิได้กังวลจริงๆรึ ว่าข้าจะไม่ลงมือฆ่าเจ้า?”
ครู่ต่อมาลูกตาของจูลู่ฉีก็เผยประกายดุร้ายวูบวาบขึ้นมา
“อ้อ…แล้วท่านคิดทำแบบนั้นด้วยหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนย้อนถาม
คราวนี้จูลี่ฉีถึงกับอึ้งไปจนไร้คำจะกล่าวแล้วจริงๆ มันไม่คิดเลยว่าต้วนหลิงเทียนจะยังสงบอยู่ได้แม้กระทั่งตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
หลังมองสบตาต้วนหลิงเทียนเงียบๆไปอีกพักหนึ่ง จูลู่ฉีค่อยกล่าวออกมา “ย่อมไม่…”
“เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา”
ต้วนหลิงเทียนแย้มยิ้มออกมาอย่างไม่ยี่หระ
“เสี่ยวเฟยเซวียนกับศิษย์คนอื่นๆของข้า…ทุกคนเป็นอย่างไรแล้ว?”
สูดอากาศเข้าลึกๆคราหนึ่ง จูลู่ฉีพลันกล่าวถามออกมาเสียงอ่อน
“ตอนนี้ทุกคนสบายดี ไม่มีปัญหาอะไร”
ต้วนหลิงเทียนยังไม่ทันได้กล่าวตอบ เป็นกู่ลี่ที่กล่าวตอบออกมาเสียก่อน “หลังจากที่ท่านออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับไปได้พักหนึ่ง คนของสกุลจ้าวคิดสร้างปัญหาให้นางกับศิษย์คนอื่นๆ แต่ยังดีที่ได้ศิษย์น้องหลิงเทียนออกหน้าช่วยเหลือ ทุกคนจึงปลอดภัยดี แถมสุดท้ายน้องหลิงเทียนยังลงนามในสัญญาเป็นตาย กระทั่งฆ่าคนสกุลจ้าวที่มาระราน!”
“ตั้งแต่วันนั้นทุกคนจึงรับทราบกันดีว่าต่อให้มิมีอาจารย์เช่นท่าน ก็ไม่อาจรังแกพวกนางได้ง่ายๆ และมิมีใครกล้าสร้างปัญหาให้นางกับคนอื่นๆอีกเลย…”
กู่ลี่กล่าวตอบออกมาแบบนี้คล้ายมีเจตนา จะ‘ยกอ้างบุญคุณ’ ก็ไม่ปาน