ตอนนี้เองพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นแต่ไกล เป็นต้วนหรูเฟิงที่เหินร่างตามมาหมายหยุดเซี่ยจง
“เฮอะ! หากเจ้ามิใช่บิดาของต้วนหลิงเทียนนั่น เจ้าคงตายไปนานแล้วจ้าวตำหนักเมฆาคราม…เป็นแค่ผู้นำขุมพลังกึ่งชั้น 3 กลับหาญกล้าขึ้นเสียงต่อหน้าข้าเซี่ยจง?”
เซี่ยจงเหลือบมองต้วนหรูเฟิงด้วยสายตาเย็นชา กล่าวเย้ยหยันไปคำหนึ่ง
และทันใดนั้นเองความว่างเปล่าพลันสั่นสะเทือนขึ้นมา พลังไร้สภาพยากมองเห็นอันสุดไพศาลขุมหนึ่ง พุ่งซัดกระแทกร่างต้วนหรูเฟิงจนปลิดปลิวไปอีกครั้ง!
ต่อหน้าพลังอันมหาศาลนี้ต้วนหรูเฟิงไม่อาจต้านทานได้เลย
“หืม?”
ทันใดนั้นเองคล้ายสังเกตเห็นบางสิ่ง ลูกตาของเซี่ยจงพลันหรี่ลงเผยประกายเย็นชาเรืองวาบ มือยกขึ้นสะบัดตบออกไปทันที
ปงงง!!
เสียงสนั่นกึกก้องจนความว่างเปล่าสะท้านสะเทือน ร่างหนึ่งถูกซัดกระเด็นเผยตัวออกจากการซุ่มซ่อนทันที
เป็นชายในชุดดำ
เนื่องจากเป็นชุดโม่งคลุมสีดำสนิท ทั้งมีผ้าปิดปากจึงยากจะมองเห็นรูปลักษณ์ได้ชัดเจน
“อั๊ค!”
อย่างไรก็ตามแต่ หลังถูกซัดจนเผยตัว ร่างในชุดโม่งดำก็กระอักโลหิตออกมา ผ้าปิดปากถึงกับชุ่มโชกไปด้วยเลือด!
“เยว่อู๋หยิ่ง”
เห็นฉากนี้ ต้วนหรูเฟิงที่ถูกซัดจนกระเด็นไปไกลก็หน้าเปลี่ยนสีไปทันที
เพราะผู้ที่ลอบโจมตีเซี่ยจงไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ‘เยว่อู๋หยิ่ง’
เยว่อู๋หยิ่งนั้นเป็นตัวตนลึกลับดั่งมังกรเทพยดาเห็นหัวไม่เห็นหางของตำหนักเมฆาคราม