“นั่นน่ะสิ หรือเพราะนามเซียนมนุษย์อันดับ 1 เปลี่ยนมือไปอยู่กับนายน้อย…ใต้เท้าถงเลยไม่ยอมรับ เจ้าว่าเหตุผลที่เกิดการประลองนี้จะใช่แบบนี้หรือไม่?”
“เฮ่อ หากใต้เท้าถงมาท้าทายนายน้อยเพราะเรื่องนี้ ก็นับว่าหาเรื่องอับอายแล้วจริงๆ”
“ข้าไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆว่าตำหนักเมฆาครามของพวกเรายังมีนายน้อยที่ร้ายกาจปานปีศาจเช่นนี้อีกคน…ด้วยมีนายน้อยอยู่ ตำหนักเมฆาครามของพวกเราไหนเลยไม่รุ่งเรืองไปอีกหลายร้อยปีได้!”
…
เหล่าองครักษ์เกราะทมิฬที่มาชมดูเรื่องราว กระทั่งศิษย์ตำหนักเมฆาครามที่บังเอิญทราบเรื่องราวจนติดสอยห้อยตามมาดูชมต่าออกความเห็นกันระงม ทุกคนล้วนมั่นใจในตัวต้วนหลิงเทียนมากนัก
สำหรับถงจ้งพวกมันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอับอายแทน
“ข้าได้ยินมาว่านายน้อยตำหนักเมฆาครามของพวกเรา ก็คือชายหนุ่มนาม ต้วนหลิงเทียน ที่โชคดีได้ตราผนึกมารไปครองผู้นั้น”
“ตราผนึกมารนั่นดั่งเผือกร้อน! ตอนนี้เรื่องราวเปิดเผยออกมาข้าเกรงว่าในอนาคตตำหนักเมฆาครามของพวกเราอาจไม่ได้อยู่กันอย่างสงบสุข…”
“ใช่ ต่อให้เป็นยอดฝีมือของภูมิภาคเบื้องบน ถ้ารู้ว่าตราผนึกมารอยู่ในตำหนักเมฆาครามของพวกเรา น่ากลัวว่าพวกมันต้องลงมือแน่…เรื่องที่นายน้อยถือครองตราผนึกมาร กล่าวไปมิใช่เรื่องดีสำหรับตำหนักเมฆาครามเราเลยจริงๆ”
……
หลายคนอดไม่ไดที่จะเผยความกลัวออกมาเมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ มีคนมากมายที่อยากให้ต้วนหลิงเทียนทิ้งตราผนึกมารนี้ไปเสีย