และอันที่จริงแล้ว ตอนนั้นตัวเขาก็ไม่ต่างจากมดต่อหน้าตี้จิ่วจริงๆ เพราะพลังฝึกปรือเขาเพียงอยู่ในขอบเขตสู่เซียนเท่านั้น ทว่าตี้จิ่วมันก็บรรลุถึงเซียนมนุษย์ขั้นสูงสุดเข้าไปแล้ว…
ตี้จิ่วคิดฆ่าเขา ก็ลำบากเพียงยกนิ้วหนึ่งเท่านั้น…
อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไป 5 ปี เขาก็เติบโตก้าวหน้าขึ้นจนไม่ใช่แค่สามารถสู้กับตี้จิ่วได้ทัดเทียม กระทั่งยังฆ่ามันได้!
พอคิดถึงจุดนี้ ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะลอบทอดถอนในใจ ‘เกรงว่าตี้จิ่วนั่นมันคงไม่คิดคาดว่าสุดท้ายจะต้องตายด้วยน้ำมือข้า…เมื่อ 5 ปีก่อนข้าเป็นแค่มดในสายตามัน แต่ 5 ปีต่อมากลับเป็นข้าที่สวดส่งวิญญาณมันลงนรก’
‘อย่างไรเสียตี้ชานผู้นำเผ่าพันธุ์มังกรคนนั้น ช่างเป็นคนที่สามารถปล่อยวางเรื่องราวได้ดีจริงๆ…ตอนแรกหลงคิดว่าหลังฆ่าตี้จิ่วตายมันจะอาละวาดสร้างปัญหาให้ข้ากับท่านพ่อเสียอีก ไม่คิดเลยว่ากลับให้ความร่วมมือด้วยดี…สมควรมีเหตุผลบางประการให้มันกริ่งเกรงสินะ’
ความคิดของต้วนหลิงเทียนล่องลอยไปเรื่อยๆ…
สุดท้ายเขาก็ไม่รู้แล้วว่าจะคิดเรื่องอะไรต่อไป
ในโลกที่คงเหลือแต่สำนึกสตินั้น เขาไม่อาจแลเห็นสิ่งใด ไม่อาจได้ยิน กระทั่งไม่อาจรับรู้แม้แต่การคงอยู่ของร่างกาย ยิ่งเวลาผ่านไปนานเข้า ยังอดคิดไปไม่ได้ว่าเขาใกล้เสียสติแล้วหรือไม่