‘ถึงแม้จะคงสภาพได้ไม่นานก็ตามที แต่ด้วยเวทย์พลัง 2 อย่างที่ข้าใช้ออกอย่างปีกอีกาทองคำกับปฐมเวทย์กลืนกิน ก็ทำให้ข้าสามารถใช้ความเร็วได้ถึงขอบเขตเซียนปฐพีขั้นกลางเช่นกัน…เดิมทีคิดใช้ความเร็วนี้สร้างความได้เปรียบซะหน่อย ไม่คิดเลยว่าตี้จิ่วจะมีร่างมังกรคุ้มคลั่งอะไรนี่! มันคือเวทย์พลังระดับกลางที่สืบทอดกันมาของเผ่าพันธุ์มังกรงั้นเหรอ? ไม่เบาเลยจริงๆ ตอนนี้ทั้งพลังและความเร็วของมันถูกเร่งเร้าขึ้นมา จนทัดเทียมกับเซียนปฐพีขั้นกลาง!’
แม้ต้วนหลิงเทียนจะหลบการโจมตีแรกของตี้จิ่วได้ ทว่าหลังจากที่ตี้จิ่วใช้เวทย์พลังร่างมังกรคุ้มคลั่ง ใบหน้าเขาก็ไม่เหลือร่องรอยความยินดีแม้แต่น้อย
เพราะตอนนี้เมื่อความเร็วของตี้จิ่วมันทัดเทียมกับเขา นั่นหมายความว่าเขาไม่อาจมีเปรียบมันอีกต่อไป
และหากไม่คำนึงถึงความเร็ว พลังโจมตีของเขานับว่าด้อยกว่าตี้จิ่วมาก!
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนกลับเป็นฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์อิหลักอิเหลื่อขึ้นมา เขาทำได้แค่พยายามหลบการโจมตีของตี้จิ่วไปเรื่อยๆ แทบไม่มีโอกาสได้ตอบโต้อะไรดีๆ…
“เทียนเอ๋อ! เวทย์พลังร่างมังกรคุ้มคลั่งนี้มันยังมิแตกฉานถึงขั้นไร้ตำหนิ เพียงมีระยะเวลาใช้งานอันจำกัด! เมื่อเวลาประคองสภาพของมันสิ้นสุดลง…ไม่เพียงแต่พลังที่มันเร่งเร้าขึ้นมาจักหายไป! มันยังจะตกอยู่ในสถานะอ่อนแอชั่วคราวอีกด้วย!!”