“แถมทั้งหลิงเทียนและต้วนหลิงเทียน ก็ไร้ร่องรอยแปลงโฉม…ในเมื่อคนสองคนมีใบหน้าไม่เหมือนกันแม้แต่น้อย แล้วไฉนท่านผู้นำถึงสงสัยว่าจะเป็นคนๆเดียวกันไปได้?”
จากนั้นเฝิงปู่อี้ค่อยกล่าวเสริมด้วยความสงสัย มันยังงงไม่หายว่าไฉนผู้นำถึงกล่าวออกมาแบบนั้น
“ทำไมข้าถึงถามเรื่องนี้น่ะเหรอ…?”
เผชิญหน้ากับคำถามของต้วนหลิงเทียน ตู้กูกล่าวย้อนด้วยน้ำเสียงเฉยเมย ใบหน้าไม่เผยอารมณ์ใดออกมา “ง่ายนัก…ชื่อของเจ้า แล้วก็คนผู้นี้!”
กล่าวจบตู้กูก็หันไปมองกู่ลี่ที่ยืนข้างๆต้วนหรูเฟิง
“หากข้าจำไม่ผิด บุตรชายของผู้พิทักษ์กู่ซืออวิ๋นนั้นมีสหายน้อยคนนัก และด้วยพรสวรรค์นั่น คงยากที่จะมีสหายที่ไม่หวังผลประโยชน์…นับประสาอะไรกับสหายรู้ใจ!”
ตู้กูกล่าวออกไม่รีบไม่ร้อน
วาจาไม่กี่คำของมัน ทำให้กู่ลี่สะท้านใจไม่น้อย
แต่เรื่องที่ตู้กูจะล่วงรู้เรื่องราวเหล่านี้ก็ไม่ได้แปลกอะไร
เพราะหากข้อมูลเพียงเท่านี้ยังไม่อาจสืบค้นได้ ก็ไม่คู่ควรจะเป็นผู้นำตลาดมืดหยินชานแล้ว!
“ก่อนหน้าที่หลิงเทียนจะปรากฏตัว ข้าไม่เคยได้ยินว่ากู่ลี่จะคบหาผู้ใดในตำหนักฟ้าลี้ลับเป็นสหายสักคน…สุดท้ายจึงได้เจอสหายคอเดียวกันเช่นหลิงเทียน อีกทั้งกู่ลี่ก็ได้เดินทางออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับมากว่าครึ่งปีแล้ว และเท่าที่รู้ตอนนี้กู่ลี่สมควรมุ่งหน้าไปยังภูมิภาคเบื้องบนกับสหาย…ทว่าการที่วันนี้กู่ลี่กลับมาปรากฏตัวที่นี่ได้ เห็นชัดว่าเจ้าสมควรเป็นหลิงเทียนไม่ผิดแน่!”