แม้ยามกล่าวจะกล่าวเหมือนหยอกล้อ หากแต่ลึกลงไปในแววตาของนางคล้ายมีความหวาดกลัวฉาบซ่อนอยู่บางๆ
นั่นเพราะชายชราร่างอ้วนนาม จงฉีชาน ผู้นี้ มีพลังฝีมือเหนือกว่านางมากนัก!
“อา…ที่แท้รองผู้นำเฝิงปู่อี้เองก็มาด้วย”
ไม่นานสายตาของสื่อชิงก็เบนไปตกยังร่างชราอีกคนหลังตู้กู กล่าวทักทายออกไปด้วยรอยยิ้ม
ชายชราคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เฝิงปู่อี้ รองผู้นำตลาดมืดหยินชาน
“แม่เฒ่าสื่อชิง พวกเรามาทำอะไร ข้าคิดว่าท่านเองก็ทราบดีอยู่แล้ว…สัญญาประลอง 5 ปีนั่น เหลืออีกกี่วันจะถึงงั้นหรือ?”
จงฉีชาน เปิดประตูเห็นภูผากล่าวถามออกมา
“สัญญานัดหมายประลอง 5 ปี จักเริ่มในอีก 3 วันหลังจากนี้…”
สื่อชิงกล่าว
“แล้วจ้าวตำหนักต้วนหรูเฟิง แห่งตำหนักเมฆาครามมาถึงแล้วหรือยัง?”
จงฉีชานกล่าวถามออกมาอีกครั้ง
“มาถึงตั้งแต่เช้าแล้ว”
สื่อชิงกล่าวตอบอีกครั้ง
“แล้วบุตรชายของมันเล่า?”
เฝิงปู่อี้กล่าวถามออกมาเช่นกัน
“มาแล้วเช่นกัน”
สื่อชิงหันไปกล่าวตอบ
และพอได้ยินคำตอบของสื่อชิง จงฉีชานกับเฝิงปู่อี้ก็หันมองหน้าสบตากันทันใด ในแววตายังเผยความตกใจไม่น้อย…จ้าวตำหนักเมฆาคราม พาลูกชายมาแล้วจริงๆ?
“ต้วนหรูเฟิงนั่นหาตัวบุตรชายพบได้อย่างไรกัน…”
“นั่นสิ คนของตลาดมืดหยินชานเราก็ไปเฝ้าจับตาดูอยู่รอบๆทะเลสาบผานหลง ที่ตั้งตำหนักเมฆาครามแท้ๆ เป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะไม่แจ้งให้พวกเรารู้หากบุตรชายของต้วนหรูเฟิงปรากฏตัว”