“เรียนท่านจ้าวตำหนัก การไปเยือนตำหนักเมฆาครามครั้งนี้อีกฝ่ายต้อนรับขับสู้ข้าเป็นอย่างดี…กระทั่งท่านจ้าวตำหนักเมฆาคราม ต้วนหรูเฟิง ก็ออกมาให้การต้อนรับข้าด้วยตัวเอง จ้าวตำหนักต้วนยังกล่าวอีกว่าหากว่าง จะมาเยี่ยมเยียนตำหนักฟ้าลี้ลับเราในฐานะแขก แถมจ้าวตำหนักต้วนยังกล่าวบอกอีกว่าหากท่านจ้าวตำหนักให้เกียรติไปเยือนตำหนักฟ้าลี้ลับ ท่านจ้าวตำหนักต้วนจักให้การต้อนรับท่านอย่างดีด้วยตัวเอง…”
กู่ซืออวิ๋นกล่าวบอกเรื่องราวแก่เมิ่งฉิงต่อหน้าทุกคน
ทันใดนั้นใบหน้าที่ขึงตึงของเมิ่งฉิงก็พอได้ผ่อนคลายลง
“แม้พวกเราจะรู้กันดีว่าการผงาดขึ้นมาของตำหนักเมฆาครามนั้นรวดเร็วนัก แต่เสียงลือกันว่าจ้าวตำหนักเมฆาครามผู้นี้ก็มิใช่คนที่นิยมใช้กำลังข่มเหงรังแกผู้คนที่อ่อนแอกว่า…มาตอนนี้นับว่าพวกเราได้รับรู้แล้วว่าที่แท้จ้าวตำหนักเมฆาครามเป็นเช่นไร นับว่าไม่หยิ่งยโสเท่าที่คิด…กระทั่งยังมากอัธยาศัยนัก!”
“ใช่! จากที่ท่านผู้พิทักษ์กู่กล่าวมา ไม่คล้ายจ้าวตำหนักต้วนเป็นคนไร้เหตุผลอะไร…กระทั่งยังออกมาต้อนรับท่านผู้พิทักษ์กู่ด้วยตัวเองทั้งๆที่จำหนักเมฆาครามพึ่งมีเรื่องราวกับผู้พิทักษ์จ้าว กระทั่งยังกล่าวราวให้เกียรติตำหนักฟ้าลี้ลับของเรานัก”
“ในความคิดข้า เกรงว่าเรื่องราวครั้งนี้สมควรเป็นผู้พิทักษ์จ้าวต้องไปก่อเรื่องอันใดไว้แน่…กระทั่งเรื่องที่ก่อ ยังมิน่าจะใช่เรื่องเล็กน้อยเสียแล้ว!”