ในขณะที่คนของตำหนักฟ้าลี้ลับตื่นตระหนกกับข่าวความสูญเสีย จ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับ เมิ่งฉิง ก็ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้วเช่นกัน ยังเรียกระดมพลอาวุโสระดับสูงทั้งหมดทันที
ในบรรดาอาวุโสระดับสูงเหล่านี้ ที่มีฐานะต้อยต่ำที่สุดก็คืออาวุโสของยอดเขาวังทั้ง 4 สูงขึ้นมาก็คือชนชั้นรองจ้าววัง ต่อมาเป็นชนชั้นรองจ้าวตำหนัก ถัดไปก็อาวุโสผู้พิทักษ์แล้ว…
เมื่ออาวุโสผู้พิทักษ์กู่ซืออวิ๋นมาถึง ก็เรียกว่าระดับสูงของตำหนักฟ้าลี้ลับมากันพร้อมหน้า ขาดก็แต่จ้าวจินคนเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ไม่นานนักจ้าวจินก็มาถึง
“ข้าเสียใจด้วยอาวุโสจ้าว”
เมิ่งฉิงระบายลมหายใจออกมาทันที เมื่อเห็นสภาพจ้าวจิน ยังเร่งกล่าวปลอบออกไป
“เสียใจด้วยอาวุโสจ้าว”
หลังจากเมิ่งฉิงกล่าวคำแสดงความเสียใจ อาวุโสคนอื่นๆไม่เว้นกู่ซืออวิ๋นก็เริ่มกล่าวออกไปเช่นกัน
แน่นอนว่าบางคนเพียงกล่าวไปอย่างนั้น ในใจลอบลิงโลดยินดีไม่น้อยที่จ้าวเติงตกตาย กระทั่งแววตายังเผยประกายลุกวาวชัดเจน
“ขอบคุณทุกท่าน…”
เสียงจ้าวจินนับว่าเย็นชานัก ให้บรรยากาศราวกับจะผลักไสผู้คนให้ห่างไกลออกไปสักพันลี้
“อาวุโสจ้าว ข้าเรียกทุกคนมารวมกันเพื่อหารือเรื่องการตายของรองจ้าวตำหนักจ้าว…ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตามที่ฆ่ารองจ้าวตำหนักจ้าว ตำหนักฟ้าลี้ลับเราไม่มีวันปล่อยมันไปง่ายๆ!”
เมิ่งฉิงกล่าว