ต้วนหลิงเทียนก้าวเข้าไปหาจ้าวเติงอย่างไม่รีบไม่ร้อน เมื่อบรรลุถึงข้างร่างจ้าวเติงก็ก้มลงไปมองตาปริบๆ เดาะลิ้นกล่าวถามออกมาอย่างสนุกสนาน “ฮัยยา ท่านรองจ้าวตำหนักจ้าว ตอนนี้ท่านยังไหวรึเปล่า?”
จ้าวเติงที่นอนหมดสภาพ หน้าถอดสีไปทันที
ความเคียดแค้นชิงชังทั้งความโลภในแววตาของมันมลายหายไปหมดสิ้น แทนที่ด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง!
ความคิดแก้แค้นเอย ความโลภหมายครอบคองตราผนึกมารเอย ล้วนถูกโยนทิ้งไว้ด้านหลัง!
ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดสำหรับมันมีเพียงชีวิตของมันเท่านั้น!
เรื่องอื่นล้วนช่างหัวมันเถอะ!
หากตกตายไปแล้วก็ไม่เหลืออะไรเลย!
“ทะ ท่านจ้าวตำหนักน้อย!”
ทว่าทันใดนั้นเองฉากเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อพลันปรากฏขึ้นต่อหน้าต้วนหลิงเทียน
จ้าวเติงที่ถูกหรงหยวนใช้พลังสะกดร่างจนไร้พลังฝึกปรือ เสมือนตาแก่ธรรมดาๆคนหนึ่ง เมื่อครู่ยังนอนหมดสภาพอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้ผุดลุกขึ้นมาราวผีลืมหลุม คุกเข่าลงตรงหน้าเขาเสียอย่างนั้น!
“ท่านจ้าวตำหนักน้อย ผู้น้อยจ้าวเติงมีตาแต่หามีแววไม่ ไท่ซานตั้งอยู่เบื้องหน้ากลับมิอาจแลเห็นความยิ่งใหญ่! ผู้น้อยผิดพลาดไปแล้ว! ขอเพียงท่านจ้าวตำหนักน้อยเมตตาละเว้นชีวิตสุนัขของผู้น้อยสักครา ผู้น้อยขอสาบานว่าต่อไปจักมิมีวันล่วงเกินวุ่นวายท่านจ้าวตำหนักน้อยอีก! ผู้น้อยยินดีสาบานให้ฟ้าพิฆาตตายตก!!”