กู่ลี่ที่ยืนชมเรื่องราวอยู่เงียบๆและไม่ได้กล่าวอะไรออกมานาน พอเห็นการกระทำของจ้าวเติงก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตำหนิ “จ้าวเติง เจ้ามันไม่คู่ควรเป็นรองจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับของพวกเรา! เจ้านับว่าทำให้ตำหนักฟ้าลี้ลับของเราเสื่อมเสียทั้งอับอายขายหน้าผู้คนแล้ว!!”
อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกกู่ลี่ตำหนิ แต่จ้าวเติงก็ไม่หืออือแม้แต่น้อย ยังเขย่ามือก้มหัวให้ต้วนหลิงเทียนงกๆ ราวขอทาน
ตอนนี้มันหวังเพียงรอดชีวิตไปให้ได้เท่านั้น
อื่นใดที่เหลือมันไม่สนใจ!
ตอนนี้กระทั่งหรงหยวนยังอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เห็นได้ชัดว่าความขลาดเขลากลัวตายราวกับไร้กระดูกสันหลังของจ้าวเติง ทำให้มันทนมองไม่ไหวแล้วจริงๆ
“ท่านจ้าวตำหนักน้อยเมตตาละเว้นชีวิตสุนัขของผู้น้อยสักครั้งเถอะ”
จ้าวเติงยังร้องขอความเมตตาไม่หยุด
“อาวุโสหรง ข้าไม่อยากเห็นมันให้รกนัยน์ตาข้าแล้ว”
แววตาต้วนหลิงเทียนเผยแววขยะแขยงรังเกียจ ตอนนี้เขาไม่อยากมองจ้าวเติงต่อแม้วินาทีเดียว
“เจ้าจะอย่างไรก็เป็นรองจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับคนหนึ่ง ข้าไม่คิดจริงๆว่าเพื่อชีวิตแล้วเจ้าจะทำตัวน่าสมเพชได้ถึงขนาดนี้! ข้าไม่รู้จะพูดอะไรดีจริงๆ!!”
“ไม่!!”
ได้ยินคำปรามาสด้วยรังเกียจของต้วนหลิงเทียน สองตาจ้าวเติงเบิกกว้างปานถ้วยชาม ยังเต็มไปด้วยความหวาดผวาเสียขวัญ มันได้แต่โขกหัวลงพื้นระรัว ร่ำร้องออกมาเสียงหลง