‘กล่าวว่าให้เป็นผู้ฝึกมารเซียนมนุษยืขั้นสูงสุดก็ฆ่าได้ คำนี้นับว่าไม่เกินเลยอะไร!’
กู่ลี่สามารถเข้าใจได้ เพราะมันล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของต้วนหลิงเทียน
หากแต่จ้าวเติงไม่ทราบอะไรเลย
“เหลวไหล!”
จ้าวเติงมองย้อนต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดูแคลนหยันหยาม “หลิงเทียน…แม้เจ้าคิดปั้นน้ำเป็นตัวอย่างน้อยๆ ก็สมควรแต่งเรื่องให้มันน่าเชื่อถือหน่อย! อริยะเซียนขั้นสูงสุดเช่นเจ้าคุยโวโอ้อวดว่าสังหารได้กระทั่งผู้ฝึกมารเซียนมนุษย์ขั้นสูงสุด เจ้าคิดจริงๆหรือว่าเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้ข้าจะเชื่อได้ลงคอ?”
“หรือเจ้าคิดว่าข้าเป็นตัวโง่งม?”
วาจาท้ายประโยคของจ้าวเติงยังเต็มไปด้วยความเสียดสี ทำราวกับมันล่วงรู้ทุกสิ่ง
“ฮ่าๆๆๆ”
ต้วนหลิงเทียนได้ยินก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังร่าออกมาทัน
“เจ้าหัวเราะบัดซบอะไร?”
จ้าวเติงรู้สึกอับอายทั้งมีโมโห โพล่งคำด้วยสีหน้ามิดทะมึน “หรือข้ากล่าวใดผิด?”
“รองจ้าวตำหนักจ้าว…ข้าคิดว่า ที่จริงแล้ว…ท่านเป็นตัวโง่งมตัวหนึ่งจริงๆ!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกด้วยรอยยิ้ม ไม่กลัวสายตาถลึงมองด้วยความดุร้ายของจ้าวเติงสักนิด “นี่ท่านไม่ได้ฟังที่ข้าพูดไปก่อนหน้านี้หรือไง ว่าด้วยพลังฝึกปรือของข้า ปกติคิดฆ่ามันคงลำบากอยู่บ้าง…แต่พอดีข้ามีศาสตราชิ้นหนึ่งที่พึ่งพาได้น่ะ…”