เมื่อถงจ้งปรากฏตัวออกมา สือฟูฉางนำหน่วยองครักษ์เกราะทมิฬที่เหลือคารวะทักทายอีกฝ่ายทันที
หากมองให้ชัดจะพบว่าทั้ง 9 คนที่นำโดยหลิวฉวนนั้น ยามมองถงจ้งในแววตายังเผยความคลั่งไคล้เลื่อมไสไม่น้อย!
ในหน่วยองครักษ์เกราะทมิฬนั้นโดยมากแล้วหัวหน้ากอง หรือไป่ฟูฉางนั้นจะเป็นยอดฝีมือที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคนกระทั่งค่อนไปทางชราแล้วรับตำแหน่ง
ดังนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าตัวตนเหล่านั้นพวกมันจึงรู้สึกยำเกรงและหวาดกลัว
แต่ทว่าต่อหน้าไป่ฟูฉางที่เป็นชายฉกรรจ์อย่าง ถงจ้ง นอกจากความยำเกรงแล้ว พวกมันยังเต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมไส!
เรียกว่าในรอบหลายร้อยปีมานี้ พรสวรรค์ของถงจ้งนั้นเพียงเป็นรองก็แต่จ้าวตำหนักเมฆาครามคนปัจจุบันของพวกมันเท่านั้น!
และปีนี้ถงจ้งพึ่งมีอายุได้ 50 ต้นๆเท่านั้น!
“ใต้เท้าไป่ฟูฉางถงจ้ง…มิทราบท่านคิดจะทำอะไรหรือ?”
เมื่อเผชิญหน้ากับตัวตนขอบเขตเซียนมนุษย์ขั้นสูงสุด จ้าวเติงไม่กล้าที่จะไม่สุภาพ
ยังจะนับประสาอะไรกับถงจ้ง ที่เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งขอบเขตเซียนมนุษย์!
เอาตรงๆแค่เซียนมนุษย์ขั้นสูงสุดอ่อนด้อยคนไหนสักคน จ้าวเติงก็ไม่มีปัญญาสู้แล้ว!
พลังฝึกปรือของมันยังแค่ เซียนมนุษย์ขั้นเชี่ยวชาญเท่านั้น..
สีหน้าถงจ้งชืดชาไร้แยแสนัก กลิ่นอายรอบกายยังไม่รับแขก
“ข้าคิดจะทำอะไร?”
ได้ยินคำถามของจ้าวเติง ถงจ้งพลันย้อนถามออกมาเสียงเย็น พาลให้จ้าวเติงหนาวสันหลังทันที