เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของถงจ้งยามกล่าวว่าเหลือลมหายใจเดียว หน้าจ้าวเติงยิ่งซีดคล้ายไก่ต้มเข้าไปทุกที ได้แต่ยอมแพ้ด้วยสีหน้าสลด “ข้าเลือกจะตามเจ้าไปโถงหลักของตำหนักเมฆาคราม..”
สุดท้ายจ้าวเติงก็เลือก
ต่อหน้าถงจ้งมันไร้ซึ่งหนทางต่อต้านอันใด
หากอยากรอด ทำได้แค่ยินยอมสยบเท่านั้น
เมื่อเห็นจ้าวเติงยอมแพ้ต่อถงจ้งในเวลาแค่ไม่ถึง 3 ลมหายใจ องครักษ์เกราะทมิฬทั้ง 9 ที่นำโดยหลิวฉวนพลันมองไปที่จ้าวเติงอีกครั้ง หากแต่แววตาคราวนี้กลับเผยความเหยียดหยามดูแคลนออกมาแจ่มชัด “นี่น่ะหรือรองจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับ จ้าวเติง…ชนชั้นรองจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับช่างไก่อ่อนเสียจริง ต่อหน้าใต้เท้าไป่ฟูฉางยังยืนหยัดได้มิถึง 3 ลมหายใจด้วยซ้ำ!”
“ข้าล่ะไม่รู้จริงๆว่าจ้าวเติงผู้นี้มันเป็นรองจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับได้อย่างไร…หรือตำหนักฟ้าลี้ลับไร้ใครอื่นแล้วจริงๆ?”
“ข้าได้ยินมาว่าบิดาของจ้าวเติงเป็นหนึ่งในสองอาวุโสผู้พิทักษ์ของตำหนักฟ้าลี้ลับ…ที่มันได้เป็นรองจ้าวตำหนักไม่พ้นเส้นสาย เลือกที่รักมักที่ชัง!”
“อย่างนี้นี่เอง”
……
ตอนนี้จ้าวเติงเองก็ยังไม่ได้ไปไหนไกล เสียงกล่าวขององครักษ์เกราะทมิฬทั้ง 9 ย่อมเสมือนแหลนพุ่งแทงเข้ารูหูมันอย่างจัง!
หน่วยองครักษ์เกราะทมิฬของตำหนักเมฆาครามมิใช่ขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยเคร่งครัดและเงียบขรึมหรอกหรือ?
ไฉนวาจาร้ายกาจบาดหูผู้คนนักเล่า?