นั่นเพราะลี่หลัวเป็นคนลำบากตรากตรำดูแลเขามาคนเดียวตั้งแต่เล็กจนโต เป็นอะไรที่บิดาไม่เอาไหนไม่อาจเปรียบเทียบได้!
“เทียนเอ๋อ…เทียนเอ๋อ…เทียนเอ๋อลูกแม่…แม่มิได้ฝันไปใช่ไหม?”
เมื่อเห็นใบหน้าที่แท้จริงของต้วนหลิงเทียน ความลังเลในแววตาลี่หลัวก็มลายหายกลายเป็นความตื่นเต้นยินดีถึงที่สุด
ขณะเดียวกันนางก็รีบก้มร่างไปพยุงขึ้นมา ก่อนที่จะกอดต้วนหลิงเทียนเอาไว้แนบแน่นไม่ยอมปล่อย
ราวกับนางกลัวว่าหากปล่อยมือ บุตรชายของนางจะหายตัวไหนอีก
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใดหยาดน้ำใสๆสองสายพลั่นรั่งรินลงมาเป็นทางรดหน้า เป็นน้ำตาแห่งความปิติยินดี
“ท่านแม่…ท่านไม่ได้ฝันหรอก ข้าเอง!”
สองตาต้วนหลิงเทียนเองก็รื้นขึ้นมา เขาเองก็กอดแม่เอาไว้แน่น ในใจยังรู้สึกสงบลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
อ้อมกอดของมารดาคล้ายดั่งอ่าวท่าให้หัวใจเขาได้เทียบพัก พบพานความสงบไร้กังวล
“ตัวเลวร้าย…”
เสียงอันไพเราะเสนาะหูทั้งเป็นน้ำเสียงอันคุ้นเคยหนึ่งดังขึ้น ปลุกสติต้วนหลิงเทียนให้ฟื้นคืน
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้ข้างๆกลับมีร่างอีกร่างยืนอยู่ เป็นคู่หมั้นของเขาเอง ลี่เฟย
ถึงแม้ลี่หลัวจะไม่อยากคลายกอดบุตรชาย แต่นางก็รู้ดีว่าควรให้เวลากับคู่รักบ้าง
ดังนั้นนางจึงผละออกจากต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะส่งสายตาให้ต้วนหรูเฟิง หลังจากนั้นค่อยเดินออกจากห้องโถงไปพร้อมต้วนหรูเฟิงและเด็กน้อย
เห็นฉากนี้อาวุโสหรงเองก็จากไปด้วยเช่นกัน