ฟงผิงโบกมือไปมาเป็นอันจบเรื่อง ก่อนที่จะพาทุกคนกลับเข้าไปด้านในทะเลสาบผานหลง
ส่วนอีกด้านนั้น ต้วนหลิงเทียนที่ติดตามหรงหยวนมา ในที่สุดก็บรรลุถึงใจกลางทะเลสาบผานหลง
เมื่อมาถึงใจกลางทะเลสาบผานหลง จะพบเกาะมากมาย แต่ละเกาะยังมีหมอกลงต่ำคลุมครอบเอาไว้อย่างแน่นหนา หนาเสียจนบางเกาะกระทั่งแผ่นฟ้ายังมิอาจแลเห็น
อย่างไรก็ตามหรงหยวนไม่ได้พาต้วนหลิงเทียนไปยังเกาะใดทั้งสิ้น
เมื่อมาถึงจุดหนึ่งหรงหยวนก็พาต้วนหลิงเทียนเหินร่างขึ้นฟ้าในแนวดิ่ง เห็นดังนั้นต้วนหลิงเทียนก็พุ่งร่างทะยานขึ้นตามติดไปดั่งจรวด
หลังจากเหินร่างทะลุเมฆเบื้องบน ต้วนหลิงเทียนก็พบว่ากลางทะเลเมฆหมอก ปรากฏเกาะมหึมาหนึ่งลอยล่องอยู่กลางหาว!
เกาะนี้แม้มิทราบทำอย่างไร หากแต่ลอยล่องเหนือฟ้ากลางหาวอย่างเงียบงัน ทะเลเมฆเบื้องล่างพัดพาไหลเอื่อย บางคราก็หอบไอเมฆหมอกให้พัดฟุ้งตลบไปทั่วเกาะ แลคล้ายวิมานสวรรต์ในเทพนิยายบทหนึ่ง
เกาะลอยฟ้านี้ยังกว้างใหญ่กว่าเกาะลอยฟ้าของตำหนักฟ้าลี้ลับหลายเท่าตัว
“อาวุโสหรง!”
“อาวุโสหรง!”
…
ระหว่างทางต้วนหลิงเทียนพบว่าองครักษ์เกราะทมิฬมากมายที่หลบซ่อนตัวอย่างมิดชิด ทยอยกันปรากฏตัวออกมากล่าวคำคารวะทักทายชายชราที่เหินร่างนำเขาอยางสุภาพ
องครักษ์เกราะทมิฬบางคนก็มองเขาด้วยฉงน ในแววตาเผยความประหลาดใจสงสัยไม่น้อย
‘ฐานะของตาแก่นี่ในตำหนักเมฆาคราม ดูเหมือนจะไม่ใช่เล่นๆ’