“สือฟูฉางข้ามีสิ่งของบางสิ่งเพื่อยืนยันตัวตน ท่านโปรดให้คนของท่านนำมันไปมอบให้จ้าวตำหนักเถอะ สิ่งนี้คือสิ่งยืนยันว่าข้ารู้จักกันกับจ้าวตำหนักของพวกท่าน…ยามเห็นมันต้องจดจำได้ทันที และหากจ้าวตำหนักของท่านยังไม่คิดพบข้าอีก ถึงตอนนั้นท่านค่อยจับข้าโยนออกไปก็ยังไม่สายไปไม่ใช่หรือ?”
ต้วนหลิงเทียนยังคงยิ้มกล่าว ก่อนที่จะสะบัดมือส่งกล่องหยกวิจิตรหรูหราที่บิดาไม่เอาไหนเหลือทิ้งไว้ให้
แน่นอนว่าภายในกล่องหยกวิจิตรนั้นว่างเปล่าไร้สิ่งใด ป้ายวรยุทธ์เซียนกับแผ่นหยกบันทึกเสียงเขาเอาออกมาแล้ว
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนยังคงยิ้มแย้มไม่คล้าย ‘คนโกหก’ กระทั่งมอบ ‘สิ่งของแทนตัว’ ออกมาแบบนี้สือฟูฉางอดไม่ได้ที่จะงุนงง
เพราะตราบใดที่มีสิ่งของแทนตัว เพื่อเอาไว้ระบุตัวตนเช่นนั้นหมายความว่าต้องมีสัมพันธ์อันดีกับจ้าวตำหนักของมัน! และถ้าเกิดว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาเพื่อโกหกล้อเล่นจริงๆ..
นั่นหมายความว่า คนผู้นี้…ไม่ใช่ใครที่พวกมันจะล่วงเกินได้!
“เช่นนั้น ขอท่านรออยู่ตรงนี้ก่อน”
เมื่อกล่าวออกมาอีกครั้ง น้ำเสียงทั้งถ้อยคำของสือฟูฉางจึงอ่อนลง ทั้งเผยความสุภาพออกมาหลายส่วน
เพราะในสายตาของมัน คนผู้นี้ไม่คล้ายมาล้อเล่นกับพวกมันจริงๆ
นอกจากนี้ยังมีใครกล้ามาล้อเล่นถึงหน้าประตูตำหนักเมฆาคราม?