พอได้รับรู้ว่าหลานชายตัวเองสามารถบรรลุถึงขอบเขตเซียนมนุษย์ได้ โดยที่อายุพึ่งจะ 40 ปี จ้าวจินก็สมควรมีความสุขนัก…
อนิจจามันไม่อาจยินดี กระทั่งยังไร้ซึ่งโอกาสยินดี เนื่องเพราะหลานชายของมันตกตายไปแล้ว กระทั่งยังตกตายเพราะถูกทำลายวิญญาณ คนฆ่าไม่พ้นต้องเป็นยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญอำนาจจิต!
ไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จ้าวเติงก็นำร่างของจ้าวจี้ออกมาเรียบร้อยแล้ว
“จี้เอ๋อ….”
เห็นร่างจ้าวจี้ทอดกายนอนอยู่บนพื้นอย่างสงบ น้ำตาจ้าวจินก็หลั่งไหลออกมาเป็นสาย มันค่อยๆเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะใบหน้าจ้าวจี้อย่างอ่อนโยน ก่อนที่แววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นอำมหิตกล่าวออกเสียงเย็นเยียบเสียดกระดูกว่า “เช่นนั้นหมายความว่าหลิงเทียนเป็นเหตุให้จี้เอ๋อตกตายทางอ้อม?”
“ใช่”
จ้าวเติงพยักหน้าค่อยกล่าวออกด้วยโทสะ “หากไม่ใช่เพราะหลิงเทียนมันออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับ จี้เอ๋อยังจะไล่ตามมันไปทำอะไร? หากจี้เอ๋อไม่ไล่ตามมันไป ไหนเลยต้องมาตกตายแบบนี้! นี่คือเหตุผลที่หลิงเทียนทำให้จี้เอ๋อตกตายทางอ้อม!”
“หรือว่า…สารเลวน้อยกู่ลี่มันเป็นคนส่งยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญอำนาจจิตไปลอบคุ้มครองหลิงเทียน…เช่นนั้นพอจี้เอ๋อคิดลงมือ จึงถูกยอดฝีมือนั่นใช้อำนาจจิตทำลายวิญญาณ?”
จ้าวจินคาดการณ์ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“อาจเป็นได้!”
หากไม่ใช่เพราะจ้าวจินกล่าวแนะ เกรงว่าจ้าวเติงคงไม่ทันคิด
“ไป! ตามข้าไปหาสารเลวน้อยกู่ลี่!!”