ทว่าชีวิตนี้เขาได้เดินในหนทางที่แตกต่างออกไป เขาได้สัมผัสถึงความรักความห่วงใยและความอบอุ่นของครอบครัว เขาไม่มีวันใช้ชีวิตของสตรีที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เพื่อตัวเองเด็ดขาด
“เจ้ายินยอมอับยศอดสูไปชั่วชีวิตดีกว่าบ่มเพาะเคล็ดมารกลืนหยินงั้นหรือ?”
กู่ลี่กล่าวถามอีกครั้ง
“ข้าไม่มีทางยอมทนแน่นอน”
แววตาต้วนหลิงเทียนเผยประกายเย็นเยียบ กล่าวออกเสียงเหี้ยม “ข้าต้องคับแค้นไม่น้อยที่ถูกหยามหน้าแบบนั้น…และข้าไม่มีวันทนอยู่กับความเคียดแค้นชิงชังโดยไม่ทำอะไรได้แน่นอน! แต่ถ้าหากข้าไม่อาจล้างแค้นมันได้ด้วยวิธีปกติ ข้าก็จะหาทางล้างแค้นมันด้วยวิธีอื่น!”
“โลกนี้มีวิธีการมากมาย หนึ่งในนั้นคือยืมมีดฆ่าคน…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“ยืมมีดฆ่าคน?”
กู่ลี่อึ้ง “เจ้าจะยืมมีดฆ่าคนอย่างไร?”
“ก็อาธิเช่นหาข้ออ้างลอบแทรกซึมไปลักพาตัวคนสำคัญของผู้นำตลาดมืดหยินชาน หรือจ้าวตำหนักเมฆาครามอะไรนั่น เพื่อใช้ชีวิตญาติสนิทมิตรสหายบีบให้ทั้งคู่ฆ่าเฝิงปู่อี้เสีย…พอเฝิงปู่อี้ตายข้าก็แค่ปล่อยคนบริสุทธิ์กลับไป”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว “สุดท้ายแม้ข้าอาจจะต้องตาย แต่อย่างน้อยข้าก็ได้ล้างแค้นสำเร็จ!”
ได้ยินคำตอบของต้วนหลิงเทียน กู่ลี่ก็อึ้งไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “หากจ้าววังจูได้ยินวาจานี้ของเจ้าก่อนที่จะช่วยฉีจิ้งหนีไป…มันจะดีเพียงใดกัน?”