ไม่กี่ปีที่ผ่าน พึ่งกลับไปพาครอบครัวจากทวีปมนุษย์มาอยู่ที่ตำหนักเมฆาคราม
ตู้กูเหนือ หรูเฟิงใต้…
ยอดฝีมือทรงพลังที่เสมือนปกครองภูมิภาคเบื้องล่างไปครึ่งหนึ่ง…หรูเฟิงใต้ จ้าวตำหนักเมฆาคราม!
หรูเฟิง!
‘ตอนนั้นเสี่ยวเฟยเอ๋อถูกคนของท่านพ่อพาตัวไป! การที่จะพาเสี่ยวเฟยเอ่อออกจากน้ำมือของขุมพลังชั้น 5 ได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว นั่นหมายความว่าคนของท่านพ่อไม่ใช่ชนชั้นต่ำทราม…หรือว่า…’
จังหวะนี้ในใจต้วนหลิงเทียนพลันบังเกิดความคิดอุกอาจประการหนึ่ง
แน่นอนว่ายังเป็นเพียงการคาดเดาจากการปะติดปะต่อภาพเรื่องราวเท่านั้น ไม่อาจยืนยันได้
“น้องหลิงเทียน เจ้าเป็นอะไรไป?”
เมื่อเห็นว่าสายตาต้วนหลิงเทียนกลายเป็นมองไปเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอยคล้ายเหม่อคิดอะไรอยู่ หลังจากนั้นร่างคล้ายจะสั่นสะท้านไปเบาๆ มันอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าไฉนศิษย์น้องคนนี้อยู่ดีๆกลับมีอาการแบบนี้ขึ้นมาได้
“พี่…พี่กู่”
ต้วนหลิงเทียนพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับอาการตื่นเต้น หันไปมองถามกู่ลี่ด้วยท่าทางขึงขังจริงจัง “พี่กู่…ท่านรู้ชื่อแซ่เต็มๆ ของจ้าวตำหนักเมฆาครามหรือไม่?”
เดิมทีเห็นต้วนหลิงเทียนมีอาการผิดแปลกไปกู่ลี่ก็เครียดไม่น้อย แต่ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะกล่าวถามเรื่องเพียงเท่านี้ออกมา กู่ลี่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “อะไร…น้องหลิงเทียนไม่รู้ชื่อแซ่เต็มๆของจ้าวตำหนักเมฆาครามหรือ”
“พี่กู่ บอกข้าที เร็วๆ”