เพราะชายชราเบื้องหน้าคือศิษย์พี่ของอาจารย์มัน!
นอกจากนั้นยังนับเป็นผู้ที่มีอาวุโสสูงที่สุดในตำหนักฟ้าลี้ลับแห่งนี้!
“จ้าวตำหนัก อย่าได้มากมารยาทกับข้าแล้ว ที่ข้ามาหาวันนี้เพราะมีเรื่องหนึ่งคิดกล่าว…โปรดอนุญาตให้ข้าออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับ เพื่อไปตามล่าจูลู่ฉีนั่นด้วย…ข้าคิดจัดการมันด้วยตัวเอง!”
ชายชรากล่าวออกเสียงดังฟังชัด จบคำทั่วร่างก็ปรากฏจิตต่อสู้ยะเยือกขุมหนึ่งแผ่ซ่านออก แววตายังกลายเป็นอำมหิตดุดัน
“อาจารย์ลุง อาวุโสผู้พิทักษ์ทั้ง 2 ได้ออกไปจัดการแล้ว…ท่านยังต้องลงมืออีกหรือ?”
เมิ่งฉิงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเฝื่อนๆ
ไม่ใช่ว่ามันสงสัยในพลังฝีมือของชายชราเบื้องหน้า หากแต่มันทนไม่ไหวที่จะเห็นชายชราที่อายุมากขนาดนี้แล้วยังต้องไปวิ่งเต้นลงมือเพื่อตำหนักฟ้าลี้ลับอีก
“จ้าวตำหนัก สารเลวน้อยจูลู่ฉีนั่นจะอย่างไรก็เคยได้ข้าชี้แนะอยู่พักใหญ่…ถึงแม้พวกเราจะยังไม่นับเป็นศิษย์อาจารย์ แต่ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของข้า และข้าต้องสะสางมันด้วยมือข้าเอง”
ชายชรากล่าวยืนกราน
“ในเมื่ออาจารย์ลุงตัดสินใจแล้วข้าก็ไม่คิดขัดท่าน…อย่างไรเสียจูลู่ฉีก็ได้บ่มเพาะฝึกฝนอวิชชามารร้ายนั่นมา 2 ปีแล้ว…น่ากลัวป่านนี้พลังฝึกปรือของมันสมควรบรรลุเซียนปฐพีขั้นกลาง…”
วาจาท้ายประโยคเมิ่งฉิงอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกด้วยเจตนากล่าวเตือน