เรียกว่าความสำเร็จของมันในวันนี้ได้มาจากการพรากพรหมจรรย์กับแก่นแท้โลหิตของพวกนางทั้งสิ้น!
อีกทั้งความก้าวหน้านี้ เป็นอะไรที่มันในอดีตไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง!
“อย่างไรเสียแม้จะทะลวงถึงอริยะเซียนขั้นเชี่ยวชาญ ก็ไม่แน่ว่าจะเอาชนะเจ้านั่นได้…สุดท้ายแล้วเมื่อปีที่แล้วมันก็บรรลุถึงอริยะเซียนขั้นกลาง! ข้าต้องบ่มเพาะพลังต่อไป!!”
เมื่อคิดถึงต้วนหลิงเทียนขึ้นมา ก็คล้ายมีน้ำเย็นราดรดลงหัว ทำให้จ้าวจี้หลุดจากภวังค์ยินดี ตื่นจากฝันหวานทันที
“จ้าวจี้…”
ในขณะที่จ้าวจี้คิดออกไปหาเหยื่อรายใหม่ พลันมีเสียงชราดังขึ้น
จากนั้นร่างชราหนึ่งก็วูบมาปรากฏเบื้องหน้าจ้าวจี้
“จ้าววังจู”
มองไปยังจูลู่ฉีเบื้องหน้า จ้าวจี้พลันยิ้มกล่าว “ข้าทะลวงถึงอริยะเซียนชั้นเชี่ยวชาญแล้ว…มิทราบจ้าววังจูเป็นอย่างไรบ้าง พลังฝึกปรือก้าวหน้าขึ้นบ้างหรือยัง ใช่บรรลุเซียนปฐพีขั้นกลางแล้วหรือไม่?”
6 เดือนที่แล้วด่านพลังฝึกปรือของจูลู่ฉีที่เดิมอยู่ที่เซียนมนุษย์ขั้นสูงสุด ได้ทะลวงถึงเซียนปฐพีขั้นต้นที่มันเคยวาดฝันเอาไว้ได้สำเร็จ หลังจากนั้นด้วยความช่วยเหลือของเคล็ดมารกลืนหยิน พลังฝึกปรือของมันก็ก้าวหน้าขึ้นมาเรื่อยๆ…
“ขาดอีกแค่เล็กน้อย…”
จู่ลู่ฉีส่ายหัวไปมา ก่อนที่แววตาจะทอแสงเรืองวูบ “อีกมิเกิน 3 เดือนข้าสมควรทะลวงผ่าน!”