“ข้าเข้าใจความต้องการของทุกท่านดี ว่าทั้งหมดพยายามจะบอกอันใดข้า…อย่างไรก็ตามหลิงเทียนประกาศไว้ชัดแล้วว่าจะออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับเราหลังจากนี้อีกไม่กี่ปี…ด้วยเหตุนี้ข้ากลัวว่าความหวังของพวกเราจะกลายเป็นความหวังลมๆแล้งๆ”
เมิงฉิงส่ายหัวไปมาอย่างจนปัญญา ถึงแม้มันจะไม่ได้สนิทสนมอะไรกับหลิงเทียนมากนัก แต่มันมองออกว่าหลิงเทียนไม่ใช่คนที่จะถูกผลประโยชน์ในนามตำหนักฟ้าลี้ลับล่อลวง
“ท่านจ้าวตำหนัก ที่หลิงเทียนคิดเช่นนั้นเพราะเขามิได้รู้สึกว่าตำหนักฟ้าลี้ลับเป็นครอบครัว กระทั่งไม่รู้สึกว่าเป็นเจ้าของตำหนักฟ้าลี้ลับ…หากตำหนักฟ้าลี้ลับเรายินดีจ่ายออกด้วยทุกสิ่งเพื่อตอบสนองคำขอของเขา ทั้งควบคู่ไปกับตำแหน่งว่าที่จ้าวตำหนักคนต่อไป ข้าเชื่อว่าเขามิอาจปฏิเสธข้อเสนอนี้ได้ลงคอ!”
อาวุโสชราคนหนึ่งที่แลดูมากปัญญากล่าวออก
“ดี!”
“ข้าเห็นด้วยท่านจ้าวตำหนัก พวกเราไปลองยื่นข้อเสนอให้เขาดูกันก่อนเถอะ!”
“ใช่แล้วท่านจ้าวตำหนัก ลองพยายามแล้วมิได้ผลยังดีกว่ามิลงมือทำ! ทั้งด้วยความสำคัญของหลิงเทียน ข้าเกรงว่าท่านจ้าวตำหนักต้องออกหน้าเชื้อเชิญเขาด้วยตัวเอง!!”
……
หนึ่งในรองจ้าวตำหนักกล่าวออกมาทั้งพยายามมองเมิ่งฉิงตาลุกวาว คล้ายเป็นการกดดันโดนอ้อม
อย่างไรก็ตามเมิ่งฉิงไม่ถือสาหาความอะไร เพราะมันรู้ดีว่าทุกคนทำเพื่อตำหนักฟ้าลี้ลับ