“น้องหลิงเทียน…”
กู่ลี่ที่เดินออกจากโถงตามมา หยุดมองต้วนหลิงเทียนด้วยความตะลึงงัน
ด้วยความที่พลังฝึกปรือของมันบรรลุอริยะเซียนขั้นสูงสุด มันย่อมเห็นได้ชัดเจนว่าความเร็วในการเคลื่อนไหวของต้วนหลิงเทียนเมื่อครู่นั้น…มันแทบจะทัดเทียมกับความเร็วของผู้ฝึกตนขอบเขตอริยะเซียนขั้นเชี่ยวชาญอยู่รอมร่อ! เหนือกว่ายอดฝีมืออริยะเซียนขั้นกลางทั่วไปมากนัก!!
“ให้ตายเถอะน้องหลิงเทียน…เจ้ากลับซุกซ่อนเรื่องประนี้จากข้าได้มิดชิดนัก!”
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้กู่ลี่กอ้าปากค้างเหมือนผูอื่น สองตายังเผยความตกตะลึง
“ฮึ่ม! เจ้าทึ่มมันทะลวงถึงอริยะเซียนแล้วจริงๆ! วันนั้นทีข้าถามปากกลับบอกว่าไม่! ไม่กับผีสิ!!”
หวางเฟยเซวียนโพล่งคำอย่างฮึดฮัด ก่อนที่จะระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
หงกัง กับศิษย์จ้าววังนภา 2 คนที่อยู่ข้างๆก็หันมามองถามนางด้วยความตื่นตระหนก “หละ…หลิงเทียน ทะลวงถึงอริยะเซียนแล้วหรือ?”
“ไม่น่าแปลกใจเลย ที่เขากล้ารับคำท้าประลองเป็นตายของจ้าวคุน! ที่แท้เขาไม่ได้เห็นจ้าวคุนอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย!!”
…
“แถมพลังฝึกปรือของหลิงเทียน ข้าเกรงว่าคงมิได้ง่ายดายดั่งที่คิด…อริยะเซียนขั้นต้นอย่างจ้าวคุน ถึงแม้จะพึ่งทะลวงผ่าน…กลับไร้ซึ่งพลังอำนาจะขัดขืน!”
หงกังสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยกล่าว