“นั่นสิ หากจ้าวคุนมิได้ทะลวงถึงขอบเขตอริยะเซียนขั้นต้นเผลอๆมันมิใช่คู่ต่อสู้หลิงเทียนด้วยซ้ำ! ทว่าจ้าวคุนมันพึ่งทะลวงได้เมื่อไม่กี่วันที่แล้ว…กระทั่งหงกังที่ไม่เคยเห็นมันอยู่ในสายตา กลับต้องแพ้พ่ายแก่มัน!”
“ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าหลิงเทียนคิดอะไรอยู่กันแน่ เห็นชัดว่านี่เป็น ‘หลุมพราง’ แต่ยังเลือกกระโดดลงไป”
“แรงกระตุ้นนับเป็นปีศาจชนิดหนึ่ง…หลิงเทียนคนนี้ น่ากลัวจะต้องตายวันนี้แล้ว!”
……
ภายนอกโถงเป็นตาย เต็มไปด้วยเสียงคุยสนทนาดังกระหึ่ม ทว่าไม่มีใครดูดีหลิงเทียนเลย
“น้องหลิงเทียน ทุกคนแลดูจะไม่มีใครเห็นดีกับเจ้าเลย”
กู่ลี่ส่งเสียงหยอกล้อถึงต้วนหลิงเทียน “ว่าแต่นี่เจ้าได้ยินแล้วคิดอย่างไรเล่า…จะออกไปอธิบายให้พวกมันหุบปากไหมหรือยังไง?”
“ไม่ต้องหรอกพี่กู่”
ต้วนหลิงเทียนเงียบไปพักหนึ่ง ค่อยกล่าวตอบกู่ลี่ “เดี๋ยวความจริงก็หุบปากพวกมันเอง..”
“โฮ่! ดูเหมือนเจ้าจะมั่นใจมาก”
กู่ลี่เพ่งตามองต้วนหลิงเทียนอย่างลึกซึ้งค่อยกล่าว
อันที่จริงกู่ลี่เองก็ไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ เรื่องที่ต้วนหลิงเทียนคิดปะทะกับอริยะเซียนขั้นต้น
แต่เนื่องจากต้วนหลิงเทียนได้ตัดสินใจเลือกแล้ว มันก็เลือกที่จะเชื่อมั่นอีกฝ่าย แต่ต้นจนจบเลยไม่คิดหยุด
‘หรือน้องหลิงเทียน…จะทะลวงถึงอริยะเซียนแล้ว!’
กู่ลี่หยีตามองต้วนหลิงเทียนด้วยความตื่นใจ
“เป็นเวลานานแล้วที่ตำหนักฟ้าลี้ลับมิได้คึกคักเช่นนี้”