“ส่วนเรื่องที่เจ้ากล่าวนั้น สมควรเป็นแค่ความรู้สึกเท่านั้นยังมิร้ายแรงถึงขั้นเป็นมารในใจ เพียงเจ้าเห็นหลิงเทียนตาย มินานปมในใจนี้ก็คลี่คลาย เพราะสุดท้ายผู้ชนะก็คือผู้ที่อยู่รอด…พ่อเชื่อว่าเจ้าต้องก้าวข้ามมันและยืนหยัดได้อีกครั้ง”
จ้าวเติงกล่าวออกมาภายในลมหายใจเดียว
จากนั้นไม่ว่าจ้าวจี้จะร้องโวยวายหาข้ออ้างแค่ใด จ้าวเติงก็ไม่คิดจะหยุดจ้าวคุน
สุดท้ายจ้าวจี้แทบจะเปิดเผยเรื่องมารกลืนหยินออกมา หากทว่ามันยังคงมีสติมากพอจะระงับเรื่องนี้เอาไว้ได้
ในระหว่างที่พ่อลูกสนทนากัน อีกด้านเฉิงอวิ๋นก็ส่งเสียงคุยกับกู่ลี่เช่นกัน
มันพยายามให้กู่ลี่ช่วยโน้มน้าวต้วนหลิงเทียนอีกแรงว่าอย่าได้ลงนามตอบรับ ‘สัญญาเป็นตาย’ กับจ้าวคุน เพราะมันไม่คิดว่าต้วนหลิงเทียนจะมีโอกาสชนะ
กู่ลี่เองก็รับคำโดยการหันไปคุยกับหลิงเทียน
ทว่าหลังจากได้รับคำยืนยันจากปากต้วนหลิงเทียน กู่ลี่ก็ได้แต่หันไปอธิบายกับเฉิงอวิ๋น “อาจารย์อาเฉิงท่านอย่าได้กังวล…น้องหลิงเทียนไม่คิดลงมือทำอะไรที่ไม่มั่นใจแน่นอน”
ความเชื่อใจ! เรื่องนี้ทำให้เฉิงอวิ๋นจนใจจะกล่าวใดสืบต่อ
เพราะกระทั่งเจ้าตัวที่กำลังจะขึ้นไปสู้ยังแลดูสงบใจกว่ามันเสียอีก…
ดังนั้นพอจ้าวเติงหันมามองจี้มันอีกครั้ง มันก็หยิบ สัญญาเป็นตายออกมาทันที
ตึง!!
สัญญาเป็นตายของโถงเป็นตายตำหนักฟ้าลี้ลับนี้กลับเป็นป้ายศิลามหึมาหนึ่ง พอเรียกออกมามันก็ร่วงไปตั้งตระหง่านบนพื้นทันที