“จ้าวคุนทะลวงถึงอริยะเซียนก็เสมือนปลาหลีข้ามผ่านประตูมังกรกลับกลายเป็นมังกรทะยานฟ้า! ยามนี้ถึงเวลาที่มันจะผงาดแล้ว!!”
……
หลังจากอึ้งตะลึงไปกับฉากเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงหน้า ศิษย์ทั้งหลายที่ชมดูอยู่ก็ดึงสติกลับมา สองตาหันไปมองจ้าวคุนค่อยอุทานกล่าวออกกันอย่างตื่นเต้น
“สัดใส่ข้าวที่ใช้การไม่ได้!”
จ้าวคุนมองหงกังกับพวกทั้ง 4 ด้วยสายตาเหยียดหยาม ใบหน้ามันเผยความใด้ใจ มุมปากยกแสยะเอ่ยวาจาทับถม
ขณะเดียวกันมันก็ค่อยๆก้าวเดินไปยังร่างทั้ง 4 ที่กระเด็นปลิดปลิวไปกองบนพื้นอย่างไม่รีบไม่ร้อน คล้ายจะก่อการหยามเกียรติ
ฟุ่บ!
ทว่าทันใดนั้นเอง พลันมีสายลมกรรโชกหอบหนึ่งพัดมาหยุดขวางไว้เบื้องหน้า หยุดร่างจ้าวคุนไว้ชะงัด
“พอได้แล้ว…”
ผู้มามองกล่าวกับจ้าวคุนด้วยน้ำเสียงเฉยเมย หากแต่น้ำเสียงนี้แม้จะเฉยเมย แต่แฝงสภาวะดั่งประกาศิตไม่อาจขัดขืน!
“หลิงเทียน!”
ผู้ที่หยุดขวางเบื้องหน้าจ้าวคุนเอาไว้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นต้วนหลิงเทียนเอง!
ทันทีที่เขาปรากฏตัวออกมา ผู้คนก็จดจำได้ทันที!
เพราะตอนนี้เขาได้รับการยอมรับไปทั่วทั้งตำหนักฟ้าลี้ลับแล้ว ว่าเป็นอัจฉริยะเซียนรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุด! ไม่ใช่หนุ่มน้อยไร้ชื่อเสียงเรียงนามที่พึ่งเข้าร่วมตำหนักฟ้าลี้ลับอีกต่อไป!!
“หลิงเทียน!”