“เคล็ดมารกลืนหยิน…ฉีจิ้ง แล้วก็จูลู่ฉีงั้นหรอ…ถ่ายทอดคำสั่งข้าลงไป ให้ฐานปฏิบัติการทุกแห่งออกล่าตัวพวกมัน! พบ พบเห็นเป็นฆ่า ไม่ต้องคุย!”
ประกายเย็นเยียบแผ่พุ่งออกมาจากลูกตาตู้กู กล่าวสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ทราบแล้วใต้เท้า!”
อาวุโสไม่กี่คนประสานมือโค้งรับคำสั่งอย่างเคารพ
“เฝิงปู่อี้ เจ้าตามข้าไปตำหนักฟ้าลี้ลับ…ข้าต้องการรายละเอียดของเรื่องนี้!”
ตู้กูมองไปยัง ร่างหนึ่งในบรรดาอาวุโสค่อยกล่าว
เฝิงปู่อี้ที่ว่า ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือรองผู้นำตลาดมืดหยินชาน ที่ไปเยือนตำหนักฟ้าลี้ลับเมื่อครึ่งปีที่แล้ว
ทว่าในขณะที่ตู้กูกับเฝิงปู่อี้จะออกจากตลาดมืดหยินชานไปยังตำหนักฟ้าลี้ลับ สายลับที่แฝงตัวอยู่ในคำหนักฟ้าลี้ลับก็เข้ามารายงานเสียก่อน
“อดีตจ้าววังนภาจูลู่ฉีของตำหนักฟ้าลี้ลับ เลือกที่จะก่อการทั้งหมดเพราะคิดฝึกเคล็ดมารกลืนหยินเพื่อล้างแค้นข้า?”
หลังจากได้รับทราบรายงานเรื่องนี้ เฝิงปู่อี้ก็อึ้งไปไม่น้อย และในที่สุดมันก็นึกถึงคนที่มันตบหน้าสั่งสอนไปครั้งนั้น มาตอนนี้มันก็เข้าใจแล้วว่าที่แท้คนผู้นั้นก็คือจ้าววังนภาจูลู่ฉี ‘ข้านึกออกแล้ว…เจ้านั่นเหมือนมันจะเรียกว่าจูลู่ฉีจริงๆ! แต่มันคิดเหรอว่ามันจะล้างแค้นข้าได้หลังฝึกเคล็ดมารกลืนหยิน?’
‘ช่างเหิมเกริม ไม่เจียมตัวนัก!’
ใบหน้าเฝิงปู่อี้เผยความหยันหยามออกมา
“นี่มันเรื่องอันใดกัน?”