และพริบตานั้นมันก็แลเห็น ‘ความหวัง’ ส่องสว่างขึ้นมา ใจยังคิดไป ‘หากจ้าววังจูช่วยเหลือข้า…เรื่องราวคงง่ายดายนัก!’
และด้วยเหตุนี้มันจึงพยายามเข้าหาจูลู่ฉี
ตอนแรกมันก็ไม่ได้กล่าวตรงประเด็นเพียงเลียบๆเคียงๆถามความเห็นเกี่ยวกับเคล็ดบำเพ็ญมารอันชั่วร้ายไร้มนุษย์ธรรมก่อน
หากจูลู่ฉียืนกรานและปฏิเสธเคล็ดบำเพ็ญมารที่มีวิธีการชั่วร้ายอย่างไม่มีวันอ่อนข้อ มันก็ไม่คิดจะเปิดเผยแผนการอะไรออกไป
อย่างไรก็ตามหลังจากใช้เวลาไปพักใหญ่ มันก็ยืนยันได้ว่าแม้จูลู่ฉีจะไม่เห็นด้วยกับอวิชชาชั่วร้าย ทว่าความเกลียดชังที่มีต่อเฝิงปู่อี้กลับเหนือกว่า!
เรียกว่าหากสามารถฆ่าเฝิงปู่อี้ได้ ต่อให้ต้องฝึกฝนเคล็ดบำเพ็ญมารอันชั่วร้ายก็ยอม!
ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้ จ้าวจี้ก็เริ่มเกริ่นๆเรื่องช่วยเหลือฉีจิ้งเพื่อแลกกับเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงอย่างมารกลืนหยินที่ฉีจิ้งฝึกปรือ
จูลู่ฉีที่ใจถูกความแค้นเข้าครอบงำ ย่อมเห็นด้วย!
สุดท้ายจึงเกิดเรื่องอย่างในวันนี้ขึ้น..
เมื่อไม่นานมานี้ก็ถึงรอบที่จูลู่ฉีต้องทำหน้าที่เป็นผู้เฝ้าปราการสุดท้ายของคุกลับใต้ดิน
แน่นอนว่าไม่ต้องสงสัยเลยว่าด้วยพลังฝีมือของจูลู่ฉีที่ถือว่าเป็นตัวตนที่ร้ายกาจที่สุดในกระบวนการป้องกัน มันย่อมสามารถช่วยเหลือฉีจิ้งออกจากคุกลับใต้ดินได้ไม่ยากเย็น ยังลงมือรวดเร็วเกินกวาที่อาวุโสคนอื่นจะทันได้รู้ตัวเสียอีก!
…