“อย่างไรก็ตามพวกเรายังมิได้รับเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงนั่นมาครองจริงๆ…วิญญาณของฉีจิ้งยังอ่อนแอเกินไป มิอาจทานทนรับการสืบค้นวิญญาณได้ พวกเราจำต้องรอให้มันฟื้นฟูสักพัก ก่อนที่จะใช้เคล็ดวิชาควาญวิญญาณเอาข้อมูลจากมัน และหลั…”
“จ้าวตำหนัก เรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวลไป…อาจารย์ของข้าไม่สนใจเคล็ดบำเพ็ญมารอะไรนั่นหรอก….”
ทว่าคราวนี้เป็นเมิ่งฉิงที่กล่าวไม่ทันจบ แต่ต้วนหลิงเทียนเลือกที่จะยิ้มกล่าวออกมาเสียก่อน
“ไม่สนใจหรือ?”
และคราวนี้คำพูดของต้วนหลิงเทียนก็ทำให้เมิ่งฉิงเป็นฝ่ายอึ้งบ้าง
นั่นมันเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูง!
ยังมีคนที่ไม่สนใจด้วย?
‘ดูเหมือนว่าอาจารย์ของลี่เฟิงกับหลิงเทียน แม้จะเป็นภูมิภาคเบื้องบนแต่ก็มิใช่ตัวตนธรรมดาๆเสียแล้ว…’
ใจเมิ่งฉิงสะท้านไปไม่น้อย ลอบคิดคาดในใจอย่างหวั่นๆ
“จ้าวตำหนักเมิ่ง ท่านมั่นใจได้เลยว่าอาจารย์ของข้าไม่คิดสนใจเคล็ดบำเพ็ญมารนั่นแน่นอน และข้าศิษย์พี่รวมถึงท่านอาจารย์ก็จะเก็บความลับเรื่องตำหนักฟ้าลี้ลับได้ครองเคล็ดบำเพ็ญมารเอาไว้ไม่แพร่งพราย”
ต้วนหลิงเทียนพูดต่อ
เมิ่งฉิงที่ได้ยินก็มองเพ่งต้วนหลิงเทียนครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พูดออกมาอีกครั้ง “มิว่าจะอย่างไร คราวนี้เจ้านับว่ามีความดีความชอบใหญ่หลวงต่อตำหนักฟ้าลี้ลับเรา…ตอนแรกข้าวางแผนจะแบ่งปันเคล็ดบำเพ็ญมารนี้ให้อาจารย์ของเจ้าเพื่อเป็นการตอบแทน…”