จ้าวเติงกับจ้าวจินที่ตรึงกำลังไว้เฝ้าระวังที่คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ในที่สุดก็กลับมายังตำหนัฟ้าลี้ลับ ผลัดเปลี่ยนให้รองจ้าวตำหนักอีก 2 คนไปเฝ้าที่คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องแทน
และทันทีที่ทั้งคู่กลับมาถึง จ้าวจี้ก็เร่งออกไปต้อนรับทั้งคู่ทันที
“ท่านพ่อ ท่านปู่ พวกท่านเจอตัวหรงฟ่านที่ว่านั่นหรือไม่?”
จ้าวจี้กล่าวถามจ้าวเติงกับจ้าวจินออกมาทันที
“ไม่”
จ้าวเติงส่ายหัว
จ้าวจินซึ่งแต่เดิมมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีทั้งเคร่งเครียด พอได้เห็นหน้าหลานชายคนเดียวอย่างจ้าวจี้ ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมาทันที “จี้เอ๋อ ช่วงนี้เจ้าไม่ได้หย่อนคล้อยการบ่มเพาะใช่หรือไม่?”
“ไม่เลยท่านปู่”
จ้าวจี้ส่ายหัวไปมา ก่อนที่จะเดินไปไม่กี่ก้าวมาหยุดเบื้องหน้าจ้าวจิน “ท่านปู่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว…ท่านไม่ไปหารือกับท่านจ้าวตำหนักเรื่องใช้วิชาควาญวิญญาณกับฉีจิ้งดูเล่า?”
จ้าวจี้นั้นกระเหี้ยนกระหือรืออยากฝึกฝนบ่มเพาะเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงที่ฉีจิ้งฝึกนัก!
“จี้เอ๋อ…ปู่รู้ว่าเจ้าอยากได้เคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงนั่น แต่จะอย่างไรเจ้าอย่าได้ลืมไปว่ามันก็เป็นเคล็ดบำเพ็ญมาร! ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะใช้กลวิธีชั่วร้ายก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นก็เป็นไปมิได้ที่เจ้าจักเอามาฝึก”
จ้าวจินส่ายหัวไปมา กล่าวเตือนด้วยความหวังดี “เรื่องนี้เจ้าเองก็ต้องเตรียมใจเอาไว้บ้าง”