“ท่านจ้าวตำหนักคิดให้จ้าวเติงกับบิดาของมันรั้งอยู่ที่คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องจนกว่า วิญญาณของฉีจิ้งจะฟื้นตัวจนรับการสืบค้นวิญญาณเพื่อดึงข้อมูลของเคล็ดบำเพ็ญมารได้…”
กู่ลี่กล่าวออกเสียงเคร่ง “หากเคล็ดบำเพ็ญมารนั่นเป็นอวิชชาชั่วร้าย ตำหนักฟ้าลี้ลับเราจะรีบเปิดเผยเรื่องราวครั้งนี้ออกไปทันที ว่าลงมือแทนฟ้ากำราบหมู่มารปราบปรามอธรรม! อย่างไรก็ตามหากพบว่าเคล็ดบำเพ็ญมารนี้ มิได้มีแนวทางอันชั่วร้าย พวกเราก็จะส่งคนไปตรึงกำลังไว้ที่คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องจนกว่าจะจับตัวหรงฟ่านได้!”
ได้ยินคำตอบของกู่ลี่ แม้ต้วนหลิงเทียนจะไม่ค่อยเห็นดีกับการกระทำของเมิ่งฉิงสักเท่าไหร่ แต่ก็พอเข้าใจการตัดสินใจของอีกฝ่ายได้
แต่อย่างไรเสียถึงแม้เคล็ดบำเพ็ญมารนั่นจะไม่ใช่แนวทางอันชั่วร้าย เกรงว่าสุดท้ายเรื่องราวครั้งนี้ก็คงต้องแดงออกมาอยู่วันยังค่ำ ให้ส่งคนไปตรึงกำลังที่คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องและฆ่าคนที่ผ่านไปมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
สุดท้าย กระดาษก็ไม่อาจห่อไฟได้!
หากคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องเป็นขุมพลังไก่กาก็ไม่มีปัญหาอะไร…
แต่ปัญหาก็คือคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องจะขี้หมูขี้หมาก็เป็นขุมพลังชั้น 4 ที่อยู่ภายใต้เขตอำนาจของขุมพลังกึ่งชั้น 3 ขุมหนึ่ง! ไม่ช้าก็เร็วพวกมันก็ต้องส่งคนไปเยือนขุมพลังใต้อาณัติ!!
และตอนนั้นหากคนของขุมพลังกึ่งชั้น 3 ที่ไปเยือนตายตกหรือไม่อาจรายงานอะไรกลับมาได้ ย่อมทำให้ขุมพลึ่งกึ่งชั้น 3 ดังกล่าวรู้ตัวทันที!