ด้วยเหตุนี้ตำหนักฟ้าลี้ลับไม่อาจปล่อยให้ข่าวเรื่องเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงแพร่ออกไปได้เด็ดขาด!
“จากข้อมูลที่ข้าไปลองสืบมา…ผู้ติดตามหลังค่อมที่อยู่กับฉีจิ้งวันนั้น…หากมันมิได้อยู่ในคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องวันนี้ก็สมควรกลับไปเยี่ยมญาติที่บ้านเกิด”
ไม่นานอาวุโสของตำหนักฟ้าลี้ลับที่ไปรวบรวมข้อมูลก็กลับมารายงาน
ขณะเดียวกันมันก็ยังสืบจนพบว่า บ้านเกิด ของผู้ติดตามหลังค่อมคนนั้น อยู่ห่างออกไปทางทิศใต้ของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องหลายพันลี้ มันเป็นเมืองเล็กๆที่เรียกว่า ‘ถัวเฟิง’
(ถัวเฟิง = โหนกอูฐ)
เมืองถัวเฟิงนั้นเป็นเมืองที่นับว่ามีเอกลักษณ์อันพิเศษนัก ไม่ทราบเพราะอะไรหากแต่ชาวเมืองที่เกิดในเมือง ล้วนแล้วแต่หลังค่อมกันทั้งสิ้น!
และชายหนุ่มหลังค่อมที่ติดตามอยู่ข้างกายฉีจิ้ง ก็เป็นคนเมืองถัวเฟิงที่ว่า แถมมันยังเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ของเมืองถัวเฟิงอีกด้วย! แน่นอนว่าเป็นอัจฉริยะในสายตาคนเมืองถัวเฟิง หากเป็นในเมืองใหญ่ มันก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร!!
“โอ้ พวกเจ้ามาตามหาหรงฟ่านหรือ!? หรงฟ่านคนนั้นมันเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวเมืองถัวเฟิงเลยล่ะ ยังเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์เมืองเราด้วย…พวกเจ้ารู้จักคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ที่เป็นถึงขุมพลังชั้น 4 หรือไม่เล่า! หรงฟ่านของพวกเราเป็นศิษย์อยู่ในขุมพลังนั้นเชียวนา!!”
ชาวเมืองที่ถูกคนของตำหนักฟ้าลี้ลับถามหาหรงฟ่าน เผยความกระตือรือร้นไม่น้อย