เรื่องปราณสุริยันแรกกำเนิดเป็นความลับสำคัญของต้วนหลิงเทียน ดังนั้นเขาไม่คิดจะกล่าวถึงให้มากนัก จึงเลือกที่จะกล่าวถามหวางเฟยเซวียนเพื่อเปลี่ยนเรื่องออกมาทันที
“มิผิด!”
พอต้วนหลิงเทียนกล่าวถึงเวทย์พลังที่นางได้รับ หวางเฟยเซวียนพลันฉีกยิ้มร่าเริงขึ้นมาทันที “เวทย์พลังที่ข้าได้รับสืบทอดมา เป็นเวทย์พลังของผู้พิทักษ์สตรีนั่นจริงๆ”
“มันเรียกว่าอะไร?”
ต้วนหลิงเทียนถามด้วยความสงสัย
“ภูตมายาพันเงา!”
หวางเฟยเซวียนกล่าวตอบ
“ภูตมายาพันเงา?”
คิ้วต้วนหลิงเทียนโค้งขึ้นทันที พอคิดถึงฉากที่เขาประมือกับผู้พิทักษ์สตรีก่อนหน้า เขาก็จดจำได้ว่านางเคลื่อนที่ไปรอบๆ จนก่อให้เกิดภาพติดตามากมาย “ช่างตั้งชื่อเวทย์พลังได้เหมาะสมจริงๆ…”
หลังจากนั้นไม่นานต้วนหลิงเทียนก็พาหวางเฟยเซวียนมาถึงพื้นที่มรดกเวทย์พลังที่เขาพบเจอ
“เจ้าว่าเวทย์พลังที่อยู่ในพื้นที่มรดกเวทย์พลังแห่งนี้จะมีระดับใด”
ก่อนที่จะเข้าไปในพื้นที่มรดกเวทย์พลัง หวางเฟยเซวียนก็มองถามต้วนหลิงเทียนออกมา
“ไม่รู้สิ”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา
“หากเจ้ายังมิได้เข้าไปสำรวจ…ข้าคิดว่ามันเป็นพื้นที่เวทย์พลังระดับต่ำแน่ๆ”
หวางเฟยเซวียนกล่าวออกมาด้วยท่าทางยียวน ยังใช้นิ้วปัดขนตาเล่น
“ข้าหวังว่าปากพาซวยของเจ้าจะไม่ทำงานนะ…เพราะเวทย์พลังที่นี่เป็นของข้า!”