หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ต้วนหลิงเทียนนก็พบว่าเขาถูกส่งมายืนอยู่บนเวทีประลองอันกว้างขวาง รอบๆเต็มไปด้วยอัฒจันทร์ ทว่าพิกลนักกลับไม่มีผู้ชมนั่งอยู่สักคน
“นี่น่ะเหรอบททดสอบที่ 9?”
มองไปยังพื้นเวทีประลองขนาดใหญ่ที่เขายืนอยู่ ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ “แล้วข้าต้องสู้กับอะไรกัน?”
ในเมื่อยืนอยู่บนเวทีประลอง ย่อมเป็นธรรมดาที่ต้วนหลิงเทียนคิดว่าต้องมีการต่อสู้ ไม่พ้นบททดสอบที่ 9 นี้เขาต้องเผชิญหน้ากับใครสักคนเป็นแน่…
‘หรือจะเจอกับเจ้าของเสียงชรานั่น?’
กระทั่งต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่ทราบ ว่าไฉนอยู่ๆความคิดนี้ถึงปรากฏขึ้นมาในใจได้
และเมื่อฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาก็ไม่อาจหยุดคิดได้เลย…
และเหตุผลที่เขาคิดแบบนี้ สมควรเป็นเพราะวาจาของชายชราที่กล่าวบอกไว้หลังจบการทดสอบแรก ว่าจะรอเขาอยู่ที่บททดสอบสุดท้าย
‘ถึงไม่รู้ว่าตาแก่นั่นจะเป็นใคร…แต่ในเมื่อสามารถทิ้งข้อความเสียงไว้ได้แบบนั้น มั่นใจได้เลยว่าต้องไม่ใช่คนธรรมดาๆแน่! หากต้องสู้กับตาแก่นั่นจริงๆ เกรงว่าคงได้เหนื่อยกันหน่อยแล้ว’
พอคิดถึงเรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มขื่นขมออกมา
ถึงแม้พลังฝีมือในปัจจุบันของเขาตอนนี้จะเทียบได้กับผู้ฝึกตนขอบเขตอริยะเซียนขั้นต้น แต่เขารู้สึกว่าหากต้องประมือกับเจ้าของเสียงชรานั่นจริงๆ น่ากลัวว่าเท่านี้อาจจะยังไม่พอ