ชายชราที่สามารถมาปรากฏตัวในค่ายกลมายาสะท้อนลักษณ์เสมือนจริงได้แบบนี้ ยังเป็นคนธรรมดาได้อีกหรือ?
อย่างไรก็ตามชายชราแลดูจะไม่แยแสคำทักทายของต้วนหลิงเทียน อีกฝ่ายไม่ตอบสนองอันใดเลย เลือกที่จะกล่าวสืบต่อ “ก่อนหน้าข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าจะรอคอยเจ้าอยู่ที่บททดสอบสุดท้าย…ตอนนี้ตราบใดที่เจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ‘ปฐมเวทย์กลืนกิน’ จักเป็นของเจ้า”
“แต่หากเจ้าเอาชนะไม่ได้ เพียงกล่าวว่าเจ้าไร้วาสนากับ ปฐมเวทย์กลืนกิน ของข้าเถอะ”
ชายชราพูดต่อ
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนพลันตระหนักได้เรื่องหนึ่ง ถึงชายชราเบื้องหน้าแม้แลดูเสมือนผู้คนที่มีสติปัญญา หากแต่อีกฝ่ายกลับกล่าวตามบท คล้ายเป็นหุ่นเชิดตัวหนึ่ง
จุดนี้สามารถเห็นได้ชัดจากการที่อีกฝ่ายเมินเฉยคำทักทายของเขา
จุดประสงค์การดำรงอยู่ของชายชราผู้นี้ สมควรมีไว้เพื่อการทดสอบเท่านั้น! ไร้ซึ่งสำนึกสติและจิตวิญญาณส่วนตัวอะไร ทำให้ไม่อาจสื่อสารกับเขาได้!!
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ชายชราจะแสดงความเมตตา ออมมือให้เขา!
‘ปฐมเวทย์กลืนกิน ที่อาวุโสกล่าวออก..หรือจะเป็น เวทย์พลัง ที่อยู่ในพื้นที่มรดกเวทย์พลังบึงไร้ก้นบึ้งแห่งนี้กัน?’
เมื่อตระหนักได้ถึงวาจาของชายชรา ลมหายใจต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะเร่งร้อนขึ้นมา
ทำไมเขาต้องลำบากตากตรำมาถึงตอนนี้เล่า…
ไม่ใช่เพื่อเวทย์พลังนั่นรึไง!