ร่างต้วนหลิงเทียนพริ้วไปมาดั่งสายลมหอบหนึ่งที่มิอาจจับต้อง หลบหลีกการจู่โจมของทหารนับพันได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ม่านตาพิสดารถูกเปิดใช้เป็นระยะๆ เพื่อมองหาช่องโหว่ของทัพทหาร
และตราบใดที่ค้นพบช่องว่างหรือสบโอกาสเหมาะ เขาจะลงมือจู่โจมดั่งฟ้าผ่าไม่เปิดโอกาสให้พวกมันตอบโต้!
อย่างไรก็ตามที่ทำให้เขายังแลดูใจเย็นผิดปกติ ต้องยกความดีความชอบให้ปราณสุริยันแรกกำเนิดที่มอบพลังอำนาจขอบเขตอริยะเซียนขั้นต้นให้เขา หาไม่แล้วต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด ก็ไม่มีทางรอดพ้นจากการลงมือของทหารทั้งกองพันได้!
สุดท้ายหลังผ่านไป 2 เค่อต้วนหลิงเทียนก็พบช่องโหว่ของหมู่ย่อยหมู่หนึ่งในกองพัน
หมู่ย่อยนี้มีทหารเพียง 30 คนเท่านั้น
อีกทั้งไม่ทราบบังเอิญหรืออย่างไร หมู่ย่อยที่ว่าก็ดันเป็นหมู่ย่อยที่ลงมือจู่โจมต้วนหลิงเทียนครั้งแรก!
อันที่จริงแล้วหมู่ย่อยที่เป็นจุดอ่อนดังกล่าว ถ้าเขาไม่ใช้ม่านตาพิสดารคงไม่อาจแลเห็น!
“เจ้าไปลงนรกก่อนแล้วกัน!”
ประกายเย็นเยียบลุกวาวขึ้นในตาต้วนหลิงเทียน เขาถูกพวกมันสลับสับเปลี่ยนกระบวนทัพไล่ฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวมากว่า 2 เค่อแล้ว! ถึงขั้นที่ไม่อาจหันกลับไปต้านทานรับมือพวกมันได้ซ้ำ…ตอนนี้พอพบจุดอ่อนของพวกมัน เขาย่อมไม่คิดปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป!!
วู้ม! วู้ม! ชิ้ง!!
……