จ้าวเติง รองจ้าวตำหนักเองแววตาก็แปรเปลี่ยนเป็นสนุกสนาน คล้ายกำลังสะใจกับคราวเคราะห์ของผู้อื่น
“ท่านจ้าววัง มีอันใดผิดพลาดหรือขอรับ?”
เซียวตุนที่สัมผัสได้ว่าบรรยากาศโดยรอบมันผิดแปลกไป อดไม่ได้ที่จะกล่าวถามจูลี่ฉีออกมา
“มันก็มิมีใดผิดพลาดหรอก…”
จูลู่ฉีส่ายหัวกล่าว “พื้นที่มรดกเวทย์พลังที่เจ้าไปพบนั้น ในอดีตก็มีคนของตำหนักฟ้าลี้ลับเราไปพบเจอกันมิน้อย…หากแต่มิมีผู้ใดสามารถผ่านบททดสอบแรก ของสถานที่แห่งนั้นได้เลย! กระทั่งยังมีน้อยคนที่สามารถรอดชีวิตออกจากการทดสอบแรกมาได้!!”
“อะไรกัน!”
ได้ยินคำกล่าวของจูลู่ฉี ศิษย์ตำหนักฟ้าลี้ลับที่ตั้งใจฟังอดไม่ได้ที่จะตกใจ
เซียวตุนกับฉินเจิ้งเองก็อึ้งไปไม่ต่าง พวกมันทั้งคู่หันมามองหน้าสบตากัน จนได้แลเห็นแววตาไม่อยากจะเชื่อของกันและกัน
กระทั่งบททดสอบแรกยังมีน้อยคนที่หลบหนีออกมาได้…นี่ไม่ใช่กล่าวเกินจริงไปหน่อยรึไง?
“ท่านจ้าววังขอรับ ข้ากับพี่เจิ้งเองก็เข้าไปยังพื้นที่มรดกนั้นมาแล้ว…บททดสอบแรกมิใช่เป็นสัตว์ร้าย 4 ตัวหรอกหรือขอรับ ถึงแม้พวกมันทั้ง 4 จะเป็นเซียนดั้งเดิมขั้นสูงสุดที่ มีอำนาจทัดเทียมเซียนขัดเกลาขั้นต้นยามลงมือพร้อมกัน แต่ข้ากับพี่เจิ้งยังหนีรอดกันมาได้…แล้วไฉนในประวัติศาสตร์ตำหนักฟ้าลี้ลับเราถึงมีน้อยคนรอดมาได้เล่าขอรับ?”
เซียวตุนอดไม่ได้ที่จะกล่าวบอกเรื่องนี้ออกมา
ฉินเจิ้งเองก็พยักหน้า ในฐานะที่เจอมากับตัวมันย่อมเห็นด้วยกับเซียวตุน