อย่างไรก็ตามพอได้ยินคำถามมัน เฉียนผิงเชิงพลันส่ายหัว “ฟังจากที่เจ้ากล่าวมรดกเวทย์พลังนั่นสมควรมีระดับกลาง…หากเป็นพื้นที่มรดกเวทย์พลังระดับสูง เกรงว่ากระทั่งบททดสอบแรกพวกเจ้าก็มิอาจผ่านได้แล้ว”
“อะไรนะ!?”
ศิษย์วังเหลืองคนนั้นพอได้ยินก็ถึงกับตกใจยกใหญ่ สูดลมหายใจเด้วยความหนาวเหน็บ “บททดสอบยากเย็นเช่นนั้น…ยังเป็นเพียงมรดกเวทย์พลังระดับกลางแค่นั้นหรือ?”
ตอนนี้เองเฉียนผิงเชิงก็มองทั้งคู่ พร้อมกล่าวให้ความรู้ออกมา
“มรดกเวทย์พลังชั้นสูงนั้น ตลอดประวัติศาสตร์ของตำหนักฟ้าลี้ลับเรา มีน้อยคนนักที่สามารถรับสืบทอดมาได้…ข้ายังกล่าวได้เลยว่าหากด่านพลังฝึกปรือของเจ้ามิได้บรรลุถึงเซียนขัดเกลาขั้นเชี่ยวชาญเป็นอย่างต่ำ คงยากที่จะผ่านบดทดสอบมรดกเวทย์พลังระดับสูง! กระทั่งต่อให้เป็นเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด ก็ไม่แน่ว่าจะผ่านบททดสอบของมรดกเวทย์พลังระดับสูงด้วยซ้ำ!!”
เฉียนผิงเชิงกล่าวเพิ่มเติม “แน่นอนว่านี่หมายถึงในกรณีที่เจ้าลุยคนเดียว หากมีสหายที่ขอบเขตพลังไล่เลี่ยกัน ก็อาจฝ่าฟันบททดสอบได้ กระทั่งระดับพลังฝึกปรือต่ำกว่าสักขั้นก็ยังพอเป็นไปได้…แต่ที่แน่ๆคือทุกคนไม่อาจมีพลังฝึกปรือต่ำกว่าเซียนขัดเกลาขั้นกลาง!”