จ้าววังลี้ลับขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ มันเองก็คิดว่ามันดูคนไม่ผิด แม้มันจะเคยเห็นหลิงเทียนไม่กี่ครั้งและไม่ได้รู้จักมักคุ้นอะไรกัน แต่มันก็คิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะใช่คนที่ทำร้ายผู้อื่นอย่างไร้เหตุผล…
เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังงุนงงไม่เข้าใจ เผิงเฉินก็เริ่มเล่าเรื่องราวระหว่างพวกมันกับหลิงเทียนออกมาให้ทั้งหมดฟังทันที ร่วมถึงเรื่องที่พวกมันเลือกจะหลบหนีตอนที่อีกฝ่ายหันไปไล่ล่าจ้าวจี้…
“พวกเจ้านี่ก็จริงๆเลย…ไฉนพวกเจ้าถึงได้หนีไปเช่นนั้น หากเป็นคนอื่นก็ไม่มีผู้ใดคิดละเว้นพวกเจ้าหรอก!”
จ้าววังลี้ลับส่ายหัวไปมาอย่างจนปัญญา มันไม่คิดตำหนิหลิงเทียนในเรื่องนี้ เพราะหากมันอยู่ในจุดเดียวกันกับหลิงเทียน มันก็ย่อมลงมือกระทำเช่นเดียวกัน…
ดั่งการคัดสรรของธรรมชาติ ผู้ที่อยู่รอด…ย่อมเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุด!
นี่คือกฏแห่งป่า..
หลังจากนั้นไม่นานเผิงเฉินก็เล่าถึงเรื่องที่พวกมันได้เจอกับหลิงเทียนอีกครั้ง และยังกล่าวถึงรูปปั้นขนาดมหึมาคล้ายอนุเสาวรีย์ศิลาอันใดสักอย่าง ที่สงสัยว่าน่าจะเป็นมรดกเวทย์พลัง…
“อะไรนะ?!”
ได้ยินคำเล่าของเผิงเฉิน หน้าจ้าวเติงเปลี่ยนไปทันใด “เจ้าหมายความว่า…หลิงเทียนนั่น มันอาจได้มรดกเวทย์พลังไปแล้วงั้นเหรอ?”
จ้าวจี้ ที่ยืนอยู่ข้างๆจ้าวเติงตอนนี้ สีหน้าก็บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ดูไม่ได้!